Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61191)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามเพราะคำสั่งของศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้ายจึงไม่รับโจทก์ที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนต่อความจริง เนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้หยิบยกพยานหลักฐานโจทก์มาชั่งน้ำหนักพิจารณาพิพากษาคดีเลยกลับยกแต่พยานหลักฐานจำเลยที่ไม่เป็นความจริงและไม่มีน้ำหนักมาชี้ขาดคดีจึงเป็นปัญหาสำคัญสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูงอีกครั้งหนึ่งการที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ,193 ตรี,198 ทวิ วรรคท้าย เป็นดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358,84ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิและพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับและไม่อนุญาตให้อุทธรณ์โจทก์ที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 124)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 125)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อ 2(ก) ที่ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องทำเป็นรูปคำสั่งไม่ใช่คำพิพากษา จึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม นั้นหาเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยไม่ ฎีกาข้อ 2(ข)และ(ค)ที่ว่า ศาลชั้นต้นไม่รับและไม่อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิไม่ชอบ ต้องใช้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยทำคำพิพากษาด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 21 ไม่ถูกต้อง ต้องทำเป็นคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 นั้น ก็เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรวินิจฉัยอีกเช่นกัน ส่วนฎีกาที่ขอให้สั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ก็เป็นอำนาจเฉพาะของแต่ละศาล หาอาจสั่งให้เช่นนั้นได้ไม่ และฎีกาอื่นนอกจากนี้ก็ล้วนแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1511/2530นายบุญส่ง ลอรัชวี กับพวกโจทก์นายกฤษฎา ฉวีวานิชยกุลจำเลยนายบุญส่ง ลอรัชวี ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายชริน ลอรัชวี ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 220ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามเพราะคำสั่งของศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้ายจึงไม่รับโจทก์ที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนต่อความจริง เนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้หยิบยกพยานหลักฐานโจทก์มาชั่งน้ำหนักพิจารณาพิพากษาคดีเลยกลับยกแต่พยานหลักฐานจำเลยที่ไม่เป็นความจริงและไม่มีน้ำหนักมาชี้ขาดคดีจึงเป็นปัญหาสำคัญสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูงอีกครั้งหนึ่งการที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ,193 ตรี,198 ทวิ วรรคท้าย เป็นดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้หมายเหตุ

จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358,84ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิและพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับและไม่อนุญาตให้อุทธรณ์โจทก์ที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 124)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 125)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อ 2(ก) ที่ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องทำเป็นรูปคำสั่งไม่ใช่คำพิพากษา จึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม นั้นหาเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยไม่ ฎีกาข้อ 2(ข)และ(ค)ที่ว่า ศาลชั้นต้นไม่รับและไม่อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิไม่ชอบ ต้องใช้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยทำคำพิพากษาด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 21 ไม่ถูกต้อง

ต้องทำเป็นคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 นั้น ก็เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรวินิจฉัยอีกเช่นกัน ส่วนฎีกาที่ขอให้สั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ก็เป็นอำนาจเฉพาะของแต่ละศาล หาอาจสั่งให้เช่นนั้นได้ไม่ และฎีกาอื่นนอกจากนี้ก็ล้วนแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว · อากาศ บำรุงชีพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4813/2554

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์มาโดยไม่มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาจึงเป็…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59651)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะความผิดตามมาตรา 172 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับโจทก์เห็นว่า การ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61788)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลอาญาธนบุรีโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอรับฟังว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จหรือน่าจะเบิกความเท็จ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ห้ามอ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61482)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งหมดต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ยกฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการตีความเอกสา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61668)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2,3 และ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาโดยอาศัยข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up