คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1365/2530นายสมศักดิ์ ฉัตรแก้ว กับพวกฯโจทก์บริษัทไทยบริดจสโตน จำกัดจำเลยนายสมศักดิ์ ฉัตรแก้ว ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายวิโรจน์ น้อยวงษ์ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายสมชาติ ณ วิเชียร ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนายนิวัธ ผู้เจริญสุข ที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16และที่ 18 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ค่าจ้างหรือประโยชน์อื่นใดในระหว่างปิดงาน นั้น เป็นค่าเสียหายซึ่งเป็นดุลพินิจของศาล จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์ทั้งเก้าเห็นว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยปิดงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็ควรมีสิทธิได้รับเงินต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งศาลแรงงานก็ได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในข้อ 3 แล้ว แต่ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาตามประเด็นข้อพิพาทที่ตั้งไว้ดังกล่าว จึงเป็นการพิพากษาที่ขัดต่อกฎหมาย
โจทก์อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้หาใช่อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่นอกจากนั้นโจทก์ยังอุทธรณ์อีกว่า การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์บางส่วน เป็นคำวินิจฉัยที่ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 อุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นข้อกฎหมายโดยตรง โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาชี้ขาดต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยยื่นคำร้องคัดค้าน (อันดับ 111)
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในระหว่างปิดงานให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18จำนวน 20,500 บาท,21,000 บาท,20,000 บาท,20,500 บาท,25,000 บาท,19,000 บาท,21,000 บาท,16,000 บาทและ 14,000 บาท ตามลำดับ คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18อุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 102)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108)คำสั่งอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 16 และที่ 18 กล่าวอ้างว่า
ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาตามประเด็นที่กำหนดว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้าง ค่าครองชีพ เบี้ยขยันโบนัส ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินช่วยเหลือสังสรรปีพ.ศ. 2528 จากจำเลยหรือไม่ แต่กลับพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายซึ่งนอกประเด็น และเมื่อคำนวณตามรายการต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วโจทก์แต่ละคนจะได้รับมากกว่าที่ศาลแรงงานกลางกำหนด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว โดยเรียกรวมเป็นค่าเสียหาย และได้พิจารณาพยานหลักฐานต่าง ๆ แล้วจึงได้กำหนดให้เป็นเงินจำนวนหนึ่ง ดังนี้ จึงเป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน และกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชดใช้แก่โจทก์อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง