Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6107/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมีความโกรธแค้น ล. และผูกใจเจ็บ เมื่อมาพบ ล. นอนอยู่ไม่ทันรู้ตัวก็ถือโอกาสเข้าทำร้าย พ. จะเข้าไปห้ามก็ถูกจำเลยชกต่อย แสดงว่าจำเลยเพิ่งมีเจตนาเกิดขึ้นในภายหลังต่างเจตนากันจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ล. ถูกชกและเตะที่บริเวณใบหน้า ดั้งจมูกหักและบวมต้องใช้เวลารักษาประมาณ 1 เดือน ทั้งหลังเกิดเหตุประมาณ 9 เดือน ก็ยังต้องหายใจด้วยรูจมูกข้างเดียว เมื่อทำงานหนักจะมีอาการปวดศีรษะหัวคิ้วและขมับ ถือได้ว่าป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันเป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรม กล่าวคือจำเลยได้ใช้กำลังกายชกต่อยนายลำพวน รังศิโยหรือรังษิโย ผู้เสียหายหลายครั้ง ถูกบริเวณใบหน้า เป็นเหตุให้ดั้งจมูกหักและบวม มีบาดแผลที่หางตา ได้รับอันตรายแก่กายป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า ๒๐ วัน และหลังจากจำเลยได้กระทำผิดดังกล่าวแล้วจำเลยได้ใช้กำลังชกต่อยนายเพ็ญ จั่นเพชร์ผู้เสียหายหลายครั้ง ถูกบริเวณศีรษะ มีบาดแผลที่ขมับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑, ๒๙๕, ๒๙๗

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๔ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๙๗ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ โดยให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสอีกกระทงหนึ่ง จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน รวมกับที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๔ เดือน และปรับ๑,๐๐๐ บาท อีกกระทงหนึ่ง เป็นจำคุก ๑ ปี ๑๐ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อแรกว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยต้องการไปพบนายลำพวนเพื่อสอบถามถึงการที่นายลำพวนได้เอาเรื่องที่จำเลยยินยอมไม่ ดำเนินคดีแก่นายลำพวนกับพวกซึ่งร่วมกันทำร้ายร่างกายจำเลยไปพูดกับชาวบ้านทั่วไปในทำนองเย้ยหยันว่า ตีศีรษะจำเลยแล้วเสียเงินค่าปรับหนึ่งพันบาทก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร จำเลยมีความโกรธแค้นมาก เมื่อจำเลยไปพบนายลำพวนกำลังนอนพักผ่อนที่ศาลาที่พักริมทาง จำเลยเดินเข้าชกต่อยนายลำพวนในขณะที่นายลำพวนนอนเอาหมวกปิดหน้า ไม่มีการโต้เถียงทะเลาะกัน และนายลำพวนมิได้พูดเย้ยหยันจำเลย หลังจากที่ทำร้ายนายลำพวนแล้ว นายเพ็ญจะเข้าไปห้ามก็ถูกจำเลยชกที่ศีรษะ ๑ ที จนศีรษะแตก ตามพฤติการณ์แห่งคดีชี้ให้เห็นว่า

จำเลยมีความโกรธแค้นนายลำพวนผู้เสียหายและผูกใจเจ็บอยากแก้แค้น แต่ยังไม่มีโอกาส เมื่อมาพบนายลำพวนผู้เสียหายนอนอยู่ไม่ทันรู้ตัวก็ถือโอกาสเข้าทำร้ายเพื่อระบายความแค้นที่เก็บไว้อันมีสาเหตุมาจากการกระทำของนายลำพวนผู้เสียหาย ส่วนการที่จำเลยชกต่อยนายเพ็ญผู้เสียหายหลังจากทำร้ายนายลำพวนแล้วนั้น จำเลยเพิ่งมีเจตนาเกิดขึ้นในภายหลังต่างเจตนากัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่ความผิดกรรมเดียวดังที่จำเลยฎีกาไม่

ปัญหาข้อต่อไปมีว่า นายลำพวนผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายลำพวนผู้เสียหายถูกทำร้ายจนกระทั่งดั้งจมูกหักและบวมต้องใช้เวลารักษาประมาณ ๑ เดือนนายแพทย์สุนทร ชินประสาทศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ตรวจบาดแผลของผู้เสียหายรายนี้เบิกความว่า บาดแผลดังกล่าวอาจจะทำให้เสียโฉมได้ และแนะนำให้ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลซึ่งมีเครื่องมือสำหรับดันดั้งจมูกออกและได้ความจากคำเบิกความของนายลำพวนผู้เสียหายว่า ถึงแม้ในขณะที่มาเบิกความต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นเวลาหลังเกิดเหตุประมาณ ๙ เดือน ก็ยังต้องหายใจด้วยรูจมูกข้างเดียวเมื่อทำงานหนักจะมีอาการปวดศีรษะ หัวคิ้วและขมับ จึงถือได้ว่าป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน เป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๘)

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ราเชนทร์ จัมปาสุต · อุระ หวังอ้อมกลาง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8076/2557

การที่จำเลยที่ 2 ขึ้นไปบนรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุโดยพาอาวุธมีดติดตัวไป แม้จะไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายด้วย และเป็นผู้ที่พูดข่มขืนใจให้ผู้เสียหายส่งมอบเสื้อชุดฝึกปฏิบัติ…

Supreme Court Judgment No. 5077/2554

การกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตาม ป.อ. มาตรา 91 มิได้บัญญัติว่าการกระทำความผิดหลายกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในวาระเดียวกันไม่ได้ การกระทำในคราวเดียวกันหรือต่อเนื่องในคราวเดียวกันก็อาจเป็นความผิดหลายกร…

Supreme Court Judgment No. 2879/2546

จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองในขณะเดียวกันโดยไม่ได้แบ่งแยกว่าใครเป็นใคร ลักษณะของเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกัน แม้จะมีการกระทำต่อผู้เสียหายสองคนด้วยกัน ก็อยู่ภายในเจตนาอันเดี…

Supreme Court Judgment No. 5957/2540

จำเลยที่ 2 แทงผู้เสียหายที่ 2 แล้วต่อมาผู้เสียหายที่ 1 เข้าไปประคองผู้เสียหายที่ 2 จำเลย ที่ 2 ได้แทงผู้เสียหายที่ 1 ย่อมเป็นการกระทำที่ต่างกรรมกันอันเป็นความผิดหลายกระทง แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเ…

Supreme Court Judgment No. 147/2538

ผู้เสียหายเบิกความเป็นขั้นตอนเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุผลโอกาสที่ผู้เสียหายจะจำจำเลยที่2และที่3ได้มีอยู่มากและการที่ผู้เสียหายตรงเข้าชกจำเลยที่2และที่3ด้วยความโกรธในทันทีที่พบกันตอนชี้ตัวย่อมแสดงให้เห็นว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up