Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61043)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่ารับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 4 นอกนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์จำเลยทั้งหกสำนวนเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยไม่ครบ 240 วัน แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย นั้นเป็นการวินิจฉัยที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า นั้น ศาลอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 กำหนดค่าจ้างให้ 20 วัน จำเลยอุทธรณ์ว่าให้ 20 วันไม่ได้ เพราะจำเลยได้ชำระค่าจ้างครบ 15 วันแล้ว ถ้าจะบอกกล่าวล่วงหน้าก็ต้องถือ 15 วันในรอบการจ้าง จำเลยจ่ายไปแล้วเกินไป 5 วันจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากี่วันและศาลจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ได้หรือไม่โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ข้อ 2 และข้อ 3 ของจำเลยหมายเหตุ โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ที่ 7 และโจทก์ที่ 1 ที่ 4ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43,43 แผ่นที่ 2) การส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์ที่ 5 ไม่สามารถกระทำได้ ศาลจึงประกาศที่หน้าศาลให้โจทก์ที่ 5 ทราบ (อันดับ 50)คดีหกสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์แต่ละสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2โจทก์ที่ 3 โจทก์ที่ 4 โจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับศาลแรงงานกลางเคยพิจารณาคดีหกสำนวนนี้รวมกับคดีของศาลแรงงานกลางหมายเลขแดงที่ 1224/2530 โดยเรียกโจทก์ในสำนวนดังกล่าวว่า โจทก์ที่ 6 แต่ต่อมาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 6 ออกจากสารบบความศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 1,800 บาท,2,040 บาท,2,040 บาท,1,920 บาท,2,040 บาท,1,800 บาท และค่าชดเชยจำนวน 8,100 บาท,3,060 บาท,9,180 บาท,8,640 บาท,3,060 บาท และ 2,700 บาท แก่โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับจำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 35)จำเลยทั้งหกสำนวนจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายของจำเลยสำนวนที่ 2 ถึงที่ 6 ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2 เป็นใจความว่า โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2529 ถึงวันเลิกจ้างในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2530 ยังไม่ครบ 240 วันจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยนั้น ในปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ไว้ แต่ศาลแรงงานกลางก็หาได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้โดยเฉพาะ ทั้งจำเลยมิได้โต้แย้งและศาลแรงงานกลางก็มิได้วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอ้างขึ้นมาเท่านั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นใจความว่า หลังจากบริษัทยู.เค.สตีล จำกัด บอกเลิกสัญญากับจำเลยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์2530 จำเลยก็ได้จ่ายค่าแรงให้แก่โจทก์ทั้งหมดครบถ้วนแล้วในวันที่28 กุมภาพันธ์ 2530 จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 เท่าค่าจ้าง20 วันอีก เพราะเป็นการจ่ายซ้ำซ้อน ในปัญหาที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าสำหรับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงให้รับเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 3 ไว้ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1268 - 1273/2530นายเจ็นหรือเจน เชิดดอกโจทก์นายชาลี พลายสาจำเลยนายชาลี พลายสา จำเลยทั้งหกสำนวนผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่ารับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 4 นอกนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์จำเลยทั้งหกสำนวนเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยไม่ครบ 240 วัน แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย นั้นเป็นการวินิจฉัยที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า นั้น ศาลอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 กำหนดค่าจ้างให้ 20 วัน

จำเลยอุทธรณ์ว่าให้ 20 วันไม่ได้ เพราะจำเลยได้ชำระค่าจ้างครบ 15 วันแล้ว ถ้าจะบอกกล่าวล่วงหน้าก็ต้องถือ 15 วันในรอบการจ้าง จำเลยจ่ายไปแล้วเกินไป 5 วันจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากี่วันและศาลจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ได้หรือไม่โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ข้อ 2 และข้อ 3 ของจำเลยหมายเหตุ โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ที่ 7 และโจทก์ที่ 1 ที่ 4ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43,43 แผ่นที่ 2) การส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์ที่ 5 ไม่สามารถกระทำได้ ศาลจึงประกาศที่หน้าศาลให้โจทก์ที่ 5 ทราบ (อันดับ 50)คดีหกสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน

ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์แต่ละสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2โจทก์ที่ 3 โจทก์ที่ 4 โจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับศาลแรงงานกลางเคยพิจารณาคดีหกสำนวนนี้รวมกับคดีของศาลแรงงานกลางหมายเลขแดงที่ 1224/2530 โดยเรียกโจทก์ในสำนวนดังกล่าวว่า โจทก์ที่ 6 แต่ต่อมาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 6 ออกจากสารบบความศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 1,800 บาท,2,040 บาท,2,040 บาท,1,920 บาท,2,040 บาท,1,800 บาท และค่าชดเชยจำนวน 8,100 บาท,3,060 บาท,9,180 บาท,8,640 บาท,3,060 บาท และ 2,700 บาท แก่โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 7 ตามลำดับจำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 35)จำเลยทั้งหกสำนวนจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)ไม่ปรากฏใบแต่งทนายของจำเลยสำนวนที่ 2 ถึงที่ 6 ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาคำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2 เป็นใจความว่า โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2529 ถึงวันเลิกจ้างในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2530 ยังไม่ครบ 240 วันจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยนั้น ในปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ไว้ แต่ศาลแรงงานกลางก็หาได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้โดยเฉพาะ ทั้งจำเลยมิได้โต้แย้งและศาลแรงงานกลางก็มิได้วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอ้างขึ้นมาเท่านั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นใจความว่า

หลังจากบริษัทยู.เค.สตีล จำกัด บอกเลิกสัญญากับจำเลยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์2530 จำเลยก็ได้จ่ายค่าแรงให้แก่โจทก์ทั้งหมดครบถ้วนแล้วในวันที่28 กุมภาพันธ์ 2530 จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 เท่าค่าจ้าง20 วันอีก เพราะเป็นการจ่ายซ้ำซ้อน ในปัญหาที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าสำหรับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 มีนาคม 2530 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงให้รับเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 3 ไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สีนวล คงลาภ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up