Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61039)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาที่ไม่ชอบทั้งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เพราะศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะโทษ ไม่ได้แก้บทลงโทษ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมีข้อเท็จจริงคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์อยู่ในตัว นอกจากนี้ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งมิใช่เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งของศาลชั้นต้นและให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานสืบไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,17,69,102 ฯลฯ จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและรับสารภาพชั้นศาลหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 35)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะโทษจำคุกเท่านั้น ซึ่งเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยหนักไป เป็นฎีกาคัดค้านดุลยพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1264/2530พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์โจทก์นายสมไพร อนันตบุตรจำเลยนายสมไพร อนันตบุตร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาที่ไม่ชอบทั้งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เพราะศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะโทษ ไม่ได้แก้บทลงโทษ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมีข้อเท็จจริงคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์อยู่ในตัว นอกจากนี้ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งมิใช่เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งของศาลชั้นต้นและให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานสืบไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,17,69,102 ฯลฯ จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและรับสารภาพชั้นศาลหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 35)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะโทษจำคุกเท่านั้น ซึ่งเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยหนักไป เป็นฎีกาคัดค้านดุลยพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย · นิเวศน์ คำผอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up