Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 60770)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์ คำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริง รวม 3 ฉบับ ศาลแรงงานกลางสั่งในอุทธรณ์ว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์จำเลย สั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จึงให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและสั่งในคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริงว่าคดีแรงงานนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 บัญญัติเรื่องการอุทธรณ์ไว้เป็นพิเศษ คือ ให้อุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา ดังนั้นคู่ความจะอุทธรณ์คดีแรงงานในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ กรณีจะนำเรื่องการให้ผู้พิพากษารับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมาใช้ในคดีแรงงานไม่ได้ ให้ยกคำร้องจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีไม่ชอบด้วยการฟังพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 8 สำหรับเรื่องคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีนั้นเมื่อศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย ก็ได้โปรดรับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้พิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรด้วย ส่วนเรื่องคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริงนั้น จำเลยเห็นว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ไม่ได้บัญญัติห้ามไม่ให้ผู้พิพากษารับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไว้ จึงขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งว่าคดีนี้นำเรื่องการให้ผู้พิพากษารับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมาใช้ได้ และส่งสำนวนให้ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี พิจารณาว่ากรณีมีเหตุอันควรให้จำเลยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้หรือไม่หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 104)คดีทั้งสามสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ทั้งสามสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่นายชลิตโรจนแสงโจทก์ที่1จำนวน18,000บาทนางสาวสุนีย์กิตติฤดีกุลโจทก์ที่ 2 จำนวน 19,600 บาท และนายสุทธิพงษ์ แสงวิเศษ โจทก์ที่ 3จำนวน 18,000 บาทจำเลยยื่นอุทธรณ์ คำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์และให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 98,99,97)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสามทำงานกับจำเลยในฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยอุทธรณ์โดยหยิบยกคำเบิกความของพยานและเอกสารต่าง ๆ ขึ้นอ้างอิงเพื่อให้ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์ทั้งสามมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นการจ้างทำของนั้น เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 บัญญัติว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้อุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา กรณีจึงไม่อาจรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเพื่อไปสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย จึงชอบแล้วส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ทุเลาการบังคับคดีไว้นั้น เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยสั่งคำร้อง ของ จำเลยในข้อนี้อีกจึงให้ยกคำร้อง ของ จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 268 - 270/2530นายชลิต โรจนแสงโจทก์บริษัทไทยวาสโก้ ออฟฟิศซิลเท็มส์ จำกัดจำเลยบริษัทไทยวาสโก้ ออฟฟิศซิสเท็มส์ จำกัดผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54, ม. 55 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2ความว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์ คำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริง รวม 3 ฉบับ ศาลแรงงานกลางสั่งในอุทธรณ์ว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์จำเลย สั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีว่า

ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จึงให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและสั่งในคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริงว่าคดีแรงงานนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 บัญญัติเรื่องการอุทธรณ์ไว้เป็นพิเศษ คือ ให้อุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา ดังนั้นคู่ความจะอุทธรณ์คดีแรงงานในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ กรณีจะนำเรื่องการให้ผู้พิพากษารับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมาใช้ในคดีแรงงานไม่ได้ ให้ยกคำร้องจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีไม่ชอบด้วยการฟังพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522มาตรา 8 สำหรับเรื่องคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีนั้นเมื่อศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย ก็ได้โปรดรับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้พิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรด้วย ส่วนเรื่องคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริงนั้น จำเลยเห็นว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ไม่ได้บัญญัติห้ามไม่ให้ผู้พิพากษารับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไว้ จึงขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งว่าคดีนี้นำเรื่องการให้ผู้พิพากษารับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมาใช้ได้ และส่งสำนวนให้ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี พิจารณาว่ากรณีมีเหตุอันควรให้จำเลยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้หรือไม่หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 104)

คดีทั้งสามสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ทั้งสามสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่นายชลิตโรจนแสงโจทก์ที่1จำนวน18,000บาทนางสาวสุนีย์กิตติฤดีกุลโจทก์ที่ 2 จำนวน 19,600 บาท และนายสุทธิพงษ์ แสงวิเศษ โจทก์ที่ 3จำนวน 18,000 บาทจำเลยยื่นอุทธรณ์ คำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและคำร้องขอให้รับรองข้อเท็จจริง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์และให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 98,99,97)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสามทำงานกับจำเลยในฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์โดยหยิบยกคำเบิกความของพยานและเอกสารต่าง ๆ ขึ้นอ้างอิงเพื่อให้ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์ทั้งสามมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นการจ้างทำของนั้น เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 บัญญัติว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้อุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา กรณีจึงไม่อาจรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเพื่อไปสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย จึงชอบแล้วส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ทุเลาการบังคับคดีไว้นั้น เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยสั่งคำร้อง ของ จำเลยในข้อนี้อีกจึงให้ยกคำร้อง ของ จำเลย

Matter details

Panel of judges
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up