Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 605/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

นายจ้างออกคำสั่งห้ามลูกจ้างชุมนุมและเผยแพร่เอกสารในบริเวณที่ทำการของนายจ้างโดยมิได้รับอนุญาตจากนายจ้างก่อน เมื่อปรากฏจากคำปรารภของคำสั่งนั้นว่าการเผยแพร่เอกสารหรือการนัดชุมนุมของพนักงานลูกจ้างได้เคยกระทำมาก่อนแล้ว ซึ่งเอกสารที่เผยแพร่หรือการนัดชุมนุมที่เคยมีบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่พนักงานและก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบริเวณที่ทำการของนายจ้าง ดังนี้เห็นได้ว่า นายจ้างประสงค์จะห้ามมิให้ลูกจ้างกระทำการดังกล่าวอีกต่อไป หากกระทำจะถือเป็นความผิดทุกครั้ง จึงเป็นคำสั่งที่มีผลต่อเนื่องตลอดเวลา ตราบใดที่นายจ้างยังห้ามอยู่ สหภาพแรงงาน ฯ ของลูกจ้างย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องกล่าวหาว่านายจ้างฝ่าฝืนกฎหมายต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ได้อยู่ตราบนั้น การนับเวลาหกสิบวันตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 124 จะเริ่มนับแต่วันที่ออกคำสั่งเป็นวันเริ่มต้นเพียงวันเดียวเป็นยุติไม่ได้ สหภาพแรงงานก่อตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้างและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างและระหว่างลูกจ้างด้วยกัน การเผยแพร่เอกสารและนัดชุมนุมเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวย่อมเป็นสิทธิขั้นมูลฐาน แต่การที่สหภาพแรงงานจะกระทำกิจกรรมสองประการนั้นในสถานที่ประกอบกิจการหรือบริเวณสถานประกอบกิจการของนายจ้างควรจะมีข้อกำหนดไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่าควรเผยแพร่ในเรื่องใด ลักษณะใด เมื่อไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ การที่นายจ้างผู้เป็นเจ้าของอาคารสถานที่ประกอบกิจการออกคำสั่งให้ส่งข้อความในเอกสารหรือแจ้งเรื่องลักษณะให้นายจ้างพิจารณาอนุญาตก่อนจึงเป็นวิธีการที่ดี เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพแรงงาน ฯ โจทก์กับนายจ้างให้ดียิ่งขึ้น คำสั่งของนายจ้างจึงเป็นคำสั่งที่ชอบ ไม่เป็นการขัดขวางการดำเนินการของโจทก์ ไม่เป็นการเข้าไปแทรกในกิจการของโจทก์ เพราะถ้าโจทก์กระทำในที่อื่นนอกสถานที่บริเวณของนายจ้างย่อมทำได้ การออกคำสั่งของนายจ้างจึงหาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามความหมายในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121(4) (5) ไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๒๘ จำเลยได้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์และกระทำละเมิดต่อโจทก์คือ เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๗ จำเลยที่ ๑๔ ได้ออกคำสั่งที่ ๘๖/๒๕๒๗ ห้ามโจทก์และพนักงานลูกจ้างของจำเลยที่ ๑๔ ชุมนุมและเผยแพร่เอกสารในบริเวณที่ทำการซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของสมาชิกของโจทก์โดยกำหนดการลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งไว้ด้วยคำสั่งดังกล่าวมีความหมายรวมถึงการชุมนุมและเผยแพร่เอกสารของโจทก์และกรรมการลูกจ้างด้วย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ ๑๔ ก่อนจึงจะดำเนินการได้ โจทก์ได้ร้องเรียนต่อจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๓ ซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการขัดขวางการดำเนินงานของโจทก์

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ มีคำสั่งยกคำร้องโดยอ้างว่าโจทก์ร้องเรียนเกินกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๗ ที่อ้างว่ามีการฝ่าฝืน คำสั่งของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะความผิดของจำเลยที่ ๑๔ เป็นการกระทำต่อเนื่องมาตลอดจนถึงวันฟ้อง ขอให้ศาลบังคับจำเลยสั่งเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑๔ และเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ถึงจำเลยที่ ๑๓ ดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๓ ให้การว่า โจทก์ร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เกินกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่มีการฝ่าฝืนตามที่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๔ บัญญัติไว้ ไม่ว่าจะนับตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๗ หรือวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ ที่จำเลยที่ ๑๔ มีหนังสือชี้แจงความหมายของคำสั่งดังกล่าวคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ จึงชอบแล้วโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑๔ ให้การว่า สถานที่ทำงานของจำเลยที่ ๑๔ เป็นของรัฐเป็นสถานที่ราชการสำหรับการปฏิบัติงาน คำสั่งของจำเลยที่ ๑๔ เป็นคำสั่งของเจ้าของสถานที่ที่จะใช้สิทธิครอบครองดูแลการใช้สถานที่ของผู้อื่นเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของสถานที่ได้ จึงเป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่เป็นการห้ามชุมนุมโฆษณาตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙๙(๑) (๒) (๓) (๔) แต่เป็นการห้ามชุมนุมหรือโฆษณาที่ล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายชื่อเสียงและทรัพย์สินอันเป็นเอกสิทธิของจำเลยที่ ๑๔ ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙๙ วรรคท้าย ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันบางประการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยาน

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคำสั่งของจำเลยที่ ๑๔ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม และคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๑๓ เป็นการไม่ชอบ พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑๔ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑(๔) (๕) ให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๓๐/๒๕๒๘ และให้เพิกถอนคำสั่งที่๘๖/๒๕๒๗ ของจำเลยที่ ๑๔

จำเลยทั้งสิบสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยอุทธรณ์ว่าการยื่นคำร้องกล่าวหาจำเลยที่ ๑๔ ต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือต่อจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๔ นั้น โจทก์ต้องยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการฝ่าฝืน สำหรับคดีนี้คือนับแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๔ ที่จำเลยที่ ๑๔ ออกคำสั่งที่ ๘๖/๒๕๒๗ และคำสั่งดังกล่าวจะถือว่าเป็นคำสั่งที่มีผลต่อเนื่องหาได้ไม่

พิเคราะห์แล้ว จากคำปรารภของจำเลยที่ ๑๓ ในวรรคแรกแห่งคำสั่งที่ ๘๖/๒๕๒๗ ความว่า ด้วยปรากฏว่าได้มีพนักงานหรือลูกจ้างของ อ.ส.ม.ท. ได้เผยแพร่เอกสารในลักษณะต่าง ๆ กันในบริเวณที่ทำการ อ.ส.ม.ท. โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เอกสารบางฉบับมีข้อความเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความแตกแยกสามัคคี ความกระด้างกระเดื่องหรือเกิดความเข้าใจผิดในหมู่พนักงานตลอดจนเสียหายต่อภาพพจน์ขององค์การที่มีต่อสาธารณชน และนอกจากนั้นยังมีการนัดชุมนุมในลักษณะที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบริเวณที่ทำการ อ.ส.ม.ท. จากคำปรารภดังกล่าวย่อมเห็นได้ว่าการเผยแพร่เอกสารหรือการนัดชุมนุมของพนักงานลูกจ้างได้เคยกระทำมาก่อนแล้ว และก่อความไม่พึงใจคุกรุ่นแก่จำเลยที่ ๑๔ ตลอดมา ในที่สุดจำเลยที่ ๑๔ จึงออกคำสั่งห้ามการกระทำนั้นเสีย

กรณีดังกล่าวสอดส่องให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ ๑๔ ได้ว่าประสงค์จะห้ามปรามพนักงานลูกจ้างมิให้กระทำการนั้นอีกต่อไปหากกระทำจะถือว่าเป็นความผิดทุกครั้ง คำสั่งของจำเลยที่ ๑๔ จึงเป็นคำสั่งที่มีผลต่อเนื่องตลอดเวลา มิใช่ออกคำสั่งห้ามปรามการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นคราว ๆ แล้วก็เสร็จสิ้นกันไปตราบใดที่จำเลยที่ ๑๔ ยังห้ามอยู่ โจทก์ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องกล่าวหาจำเลยที่ ๑๔ ผู้ฝ่าฝืนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้อยู่ตราบนั้น การนับเวลาหกสิบวันจะเริ่มนับแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๗ วันเริ่มต้นเพียงวันเดียวตามที่จำเลยอุทธรณ์หาได้ไม่ การตีความมาตรา ๑๒๔ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ของศาลแรงงานกลางจึงชอบด้วยความเป็นธรรมและเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว จำเลยอุทธรณ์ว่า คำสั่งที่ ๘๖/๒๕๒๗ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายไม่เป็นการขัดขวางการดำเนินการของโจทก์หรือเป็นการเข้าแทรกแซงในการดำเนินการของโจทก์

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สหภาพแรงงานเป็นสถาบันหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้างและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและระหว่างลูกจ้างด้วยกัน การเผยแพร่เอกสารและนัดชุมนุมเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ย่อมเป็นสิทธิของมูลฐาน แต่การที่สหภาพแรงงานจะกระทำกิจกรรมสองประการนั้นในสถานประกอบกิจการหรือบริเวณสถานประกอบกิจการของนายจ้างนั้นโดยปกติควรมีข้อกำหนดไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่าควรเผยแพร่ในเรื่องใดลักษณะใด คดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ประการใด เพราะฉะนั้นการเผยแพร่เอกสารและการนัดชุมนุมจึงควรมีการควบคุมบ้างพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะสถานประกอบกิจการเป็นของจำเลยที่ ๑๔ การส่งข้อความในเอกสารหรือแจ้งเรื่อง ลักษณะให้จำเลยที่ ๑๔ พิจารณาอนุญาตก่อนจึงเป็นวิธีที่ดี เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑๔ ให้ดียิ่งขึ้น

ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวจำเลยที่ ๑๔ ผู้เป็นเจ้าของอาคารสถานที่ประกอบกิจการย่อมมีอำนาจกระทำได้โดยชอบ ไม่เป็นการขัดขวางการดำเนินการของโจทก์ ไม่เป็นการเข้าไปแทรกในกิจการของโจทก์ เพราะถ้าโจทก์กระทำในที่อื่นนอกสถานที่บริเวณของจำเลยที่ ๑๔ โจทก์ก็ย่อมทำได้ การออกคำสั่งของจำเลยที่ ๑๔ จึงหาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามความหมายในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑(๔) (๕) ไม่ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธ์วิชาติกุลศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

Supreme Court Judgment No. 2784/2545

การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บางกรณีอาจเป็นได้ทั้งการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 121 หรือมาตรา 123 และเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจั…

Supreme Court Judgment No. 3974/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 ให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้าง…

Supreme Court Judgment No. 8706/2543

การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างอาจเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 หรือมาตรา 123 และอาจเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up