คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์โดยอ้างมติคณะกรรมการ ฯลณ ให้ความยินยอมแก่โจทก์ให้เข้าอยู่อาศัยเองได้ จำเลยต่อสู้หลายประการ ที่สำคัญก็คือ อ้างว่าคำยินยอมของคณะกรรมการเป็นโมฆะ และโจทก์ฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง คงรับเฉพาะแต่ปัญหาข้อกฎหมาย แต่ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๑ ได้อนุญาตเป็นหนังสือให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ด้วย
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้คณะอนุกรรมการฯ จะมีความเห็นว่าไม่ควรอนุญาต แต่คณะกรรมการฯมีอำนาจสูงกว่า ได้พิจารณาอนุญาตให้ความยินยอมแก่โจทก์ จึงหาเป็นโมฆะไม่ ข้อที่จำเลยเถียงว่าโจทก์ฟ้องซ้ำนั้น ปรากฎว่าคดีเรื่องก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย โดยอาศัยข้อสัญญาเช่าเป็นมูลฟ้องร้อง แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยมติอนุญาตของคณะกรรมการฯ จึงเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกันหาต้องห้ามไม่ ข้อที่คัดค้านว่า ข้าหลวงยุติธรรมไม่มีอำนาจรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ เมื่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแล้วนั้น ก็ปรากฎชัดตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๓๐ วรรคสามว่าข้าหลวงยุติธรรมมีอำนาจรับรองให้อุทธรณ์ได้ ข้อคัดค้านของจำเลยฟังไม่ขึ้น คงพิพากษายืน