Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6030/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ข้อความตอนต้นในหนังสือแสดงเจตนาชำระหนี้แทน ก.จะกล่าวเท้าความถึงหนี้ของ ก. ที่โจทก์ค้ำประกันว่า เป็นหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี และหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน แต่ตอนต่อมาโจทก์ได้ตกลงยินยอมชำระหนี้ที่ ก. มีต่อจำเลยที่ 1 ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังยินยอมให้จำเลยที่ 1 ไถ่ถอนพันธบัตรที่โจทก์มอบให้จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้นำเงินมาชำระหนี้ของ ก. ทั้งหมดโดยมิได้กำหนดเงื่อนไขความรับผิดไว้ ทั้ง ๆ ที่โจทก์ทราบแล้วว่าขณะนั้น ก. เป็นหนี้จำเลยที่ 1 เกินวงเงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี กรณีจึงต้องถือว่าโจทก์ประสงค์จะชำระหนี้ของ ก. ที่มีต่อจำเลยที่ 1 โดยสิ้นเชิง หาใช่ยอมรับผิดเพียงไม่เกินวงเงินตามสัญญาค้ำประกันไม่ แม้ในชั้นพิจารณาโจทก์จะเบิกความว่า โจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือแสดงเจตนาชำระหนี้แทน ก. โดยสำคัญผิด แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวมิได้เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี เป็นเรื่องนอกประเด็นถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาค้ำประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีของนางกนกรัตน์กับจำเลยที่ 1 โดยมอบพันธบัตรของโจทก์ให้จำเลยที่ 1ไว้เป็นประกัน ต่อมาจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 หักเงินตามพันธบัตรดังกล่าวชำระหนี้เกินกว่าวงเงินตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสองจึงต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินจำนวน 51,831.29 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า ที่จำเลยที่ 1 จ่ายเงินจำนวน 50,000 บาทให้แก่นางกนกรัตน์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2533 นั้น เป็นการจ่ายเงินในระหว่างที่สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีระหว่างจำเลยที่ 1 กับนางกนกรัตน์และสัญญาค้ำประกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ยังมีผลบังคับอยู่

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2533 โจทก์มีหนังสือแสดงเจตนายอมรับผิดร่วมกับนางกนกรัตน์ชำระหนี้ที่นางกนกรัตน์มีต่อจำเลยที่ 1 โดยสิ้นเชิงอีกด้วย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของนางกนกรัตน์ซึ่งทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน 800,000 บาท และสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 70,000 บาท กับจำเลยที่ 1 สาขารามอินทรา โดยมอบพันธบัตรรัฐบาลให้จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้เป็นประกัน ต่อมานางกนกรัตน์ผิดนัดชำระหนี้ จำเลยที่ 1 ทวงถามให้โจทก์ชำระโจทก์ได้ไปติดต่อจำเลยที่ 1 และทำหนังสือตามเอกสารหมาย

ล.1แสดงเจตนาชำระหนี้แทนนางกนกรัตน์ โดยก่อนทำหนังสือดังกล่าวพนักงานของจำเลยที่ 1 ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า นางกนกรัตน์เป็นหนี้จำเลยที่ 1 จำนวน 900,000 บาทเศษ หลังจากนั้นจำเลยที่ 1ได้หักเงินที่ได้จากการขายพันธบัตรของโจทก์ชำระหนี้ ศาลฎีกาพิจารณาข้อความในเอกสารหมาย ล.1 แล้ว เห็นว่า ถึงแม้ข้อความตอนต้นจะกล่าวเท้าความถึงหนี้ของนางกนกรัตน์ที่โจทก์ค้ำประกันว่าเป็นหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีวงเงิน 800,000 บาท และหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 70,000 บาท แต่ตอนต่อมาโจทก์ได้ตกลงยินยอมชำระหนี้ที่นางกนกรัตน์มีต่อจำเลยที่ 1 ทั้งหมดโดยสิ้นเชิงอีกทั้งยังยินยอมให้จำเลยที่ 1 ไถ่ถอนพันธบัตรที่โจทก์มอบให้จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้นำเงินมาชำระหนี้ของนางกนกรัตน์ทั้งหมดโดยมิได้กำหนดเงื่อนไขความรับผิดไว้แต่อย่างใด

ทั้ง ๆ ที่โจทก์ทราบแล้วว่าขณะนั้นนางกนกรัตน์เป็นหนี้จำเลยที่ 1 มีจำนวนถึง900,000 บาทเศษ เกินวงเงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี กรณีจึงต้องถือว่าโจทก์ประสงค์จะชำระหนี้ของนางกนกรัตน์ที่มีต่อจำเลยที่ 1โดยสิ้นเชิงหาใช่ยอมรับผิดเพียงไม่เกินวงเงินตามสัญญาค้ำประกันไม่ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อที่ว่า โจทก์ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย ล.1 โดยสำคัญผิด เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น โดยโจทก์เบิกความถึงเรื่องดังกล่าวไว้ในชั้นพิจารณานั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ถึงแม้ในชั้นพิจารณาโจทก์จะเบิกความว่าโจทก์ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย ล.1 โดยสำคัญผิดแต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวมิได้เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีเป็นเรื่องนอกประเด็น ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปรีชา นาคพันธุ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · ระพินทร บรรจงศิลป
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7016/2558

สัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำต่อโจทก์นั้นไม่มีข้อตกลงยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยทั้งส…

Supreme Court Judgment No. 4582/2557

ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่าการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและฝ่าฝืนข้อบังคับของผู้คัดค้าน โดยไม่มีการขอเรียกประชุมจากจำนวนผู้ถือหุ้นครบตามข้อบังคับ ไม่มีคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นไม่ว่า…

Supreme Court Judgment, B.E. 2553 (ref. 508236)

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไม่ถูกต้องโดยขอให้กำหนดประเด็นเพิ่มว่า จำเลยทั้งสามต่อเติมผนังคอนกรีตด้านหลังตึกแถวของจำเลยทั้งสามรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยสุจริตหรือไม่ด้ว…

Supreme Court Judgment No. 8587/2553

ตามคำให้การของจำเลยเป็นการต่อสู้ว่า สัญญากู้ยืมปลอมทั้งฉบับ มิใช่ปลอมแค่เพียงบางส่วน ดังนั้น คำให้การที่ว่าจำเลยเคยกู้ยืมเงินโจทก์ 120,000 บาท เป็นเพียงเหตุผลประกอบการปฏิเสธเท่านั้น ประเด็นข้อพิพาทในค…

Supreme Court Judgment No. 11714/2553

ตามสัญญาค้ำประกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 จำเลยที่ 2 จะต้องชำระเงินให้แก่จำเลยที่ 1 ก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 3 เป็นเหตุใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up