คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 105/2529นายธวัช จงเจริญชัยกุลโจทก์นายทัพชัย นิพัทธรุจิ กับพวกจำเลยนายธวัช จงเจริญชัยกุล โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ และโจทก์ฎีกาเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ฯลฯจึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานมา เป็นปัญหาข้อกฎหมายและนอกจากนี้โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเรียกพยานสำคัญในคดีมาสืบ ซึ่งโจทก์ได้อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้สืบพยานดังกล่าวแล้ว โปรดมีคำสั่งรับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ จำเลยที่ 1 และที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 101,103) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,364,365,84,83,358,90 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาในมาตรา 365 ประกอบมาตรา 364 ต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว
Result
พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 98) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 99) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุก โดยรบกวนการครอบครองตึกแถวที่โจทก์เช่าอยู่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ครอบครองตึกแถวพิพาทแล้ว โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนโดยโจทก์ยังเป็นผู้ครอบครองอยู่ เป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์เสีย