Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 60017)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยข้อ 1ที่ว่าไม่อาจนำมาตรา 70 มาปรับใช้กับข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยจะมิได้ว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองจึงให้รับฎีกาจำเลย ข้อ 1 ไว้ ส่วนฎีกาจำเลยข้อ 2 ที่ว่าการกระทำคดีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำในคดีหมายเลขแดงที่ 3792/2532ของศาลอาญานั้นเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ไม่รับฎีกาจำเลยข้อ 2จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2 ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 32)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4,32,44,65,67,70 เรียงกระทงลงโทษฐานใช้อาคารเพื่อกิจการพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นยังไม่ได้ออกใบรับรองและอนุญาตให้ใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 4,32,65 ประกอบมาตรา 69,70 ปรับ 20,000 บาท ฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 4,32,44,67 ประกอบมาตรา 69,70 ปรับวันละ 10,000 บาท นับแต่วันที่27 กรกฎาคม 2531 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2532 เป็นเวลา 272 วันปรับ 2,720,000 บาท รวมปรับ 2,740,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ1,370,000 บาท นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขคดีดำที่ 4140/2532 คดีหมายเลขแดงที่ 3792/2532 ของศาลนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ปรับจำเลยในข้อหาแรก 10,000 บาทโดยนับเดียวกันในข้อหาที่สอง คงปรับจำเลยเป็นรายวัน ๆ ละ5,000 บาทนับแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2531 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2532 เป็นเวลา 272 วัน เป็นเงิน 1,360,000 บาท รวมปรับทั้งสิ้น1,370,000 บาทลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 685,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 28)จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 29 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 32)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ว่า คดีนี้เป็นเรื่องการกระทำอันเดียวกันกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4140/2532 หมายเลขแดงที่ 3792/2532 ของศาลอาญาซึ่งคดีดังกล่าวศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำนั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 และไม่มีเหตุสมควรจะวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2319/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางสาวอุไรวรรณ อัศวเลิศกมลจำเลยนายพัฒน์พงษ์ โอสถสถาน ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 224, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยข้อ 1ที่ว่าไม่อาจนำมาตรา 70 มาปรับใช้กับข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยจะมิได้ว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองจึงให้รับฎีกาจำเลย ข้อ 1 ไว้ ส่วนฎีกาจำเลยข้อ 2 ที่ว่าการกระทำคดีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำในคดีหมายเลขแดงที่ 3792/2532ของศาลอาญานั้นเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ไม่รับฎีกาจำเลยข้อ 2จำเลยเห็นว่า

ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2 ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 32)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4,32,44,65,67,70 เรียงกระทงลงโทษฐานใช้อาคารเพื่อกิจการพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นยังไม่ได้ออกใบรับรองและอนุญาตให้ใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 4,32,65 ประกอบมาตรา 69,70 ปรับ 20,000 บาท ฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 4,32,44,67 ประกอบมาตรา 69,70 ปรับวันละ 10,000 บาท

นับแต่วันที่27 กรกฎาคม 2531 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2532 เป็นเวลา 272 วันปรับ 2,720,000 บาท รวมปรับ 2,740,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ1,370,000 บาท นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขคดีดำที่ 4140/2532 คดีหมายเลขแดงที่ 3792/2532 ของศาลนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ปรับจำเลยในข้อหาแรก 10,000 บาทโดยนับเดียวกันในข้อหาที่สอง คงปรับจำเลยเป็นรายวัน ๆ ละ5,000 บาทนับแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2531 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2532 เป็นเวลา 272 วัน เป็นเงิน 1,360,000 บาท รวมปรับทั้งสิ้น1,370,000 บาทลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 685,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 28)

จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 29 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 32)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ว่า คดีนี้เป็นเรื่องการกระทำอันเดียวกันกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4140/2532 หมายเลขแดงที่ 3792/2532 ของศาลอาญาซึ่งคดีดังกล่าวศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำนั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 และไม่มีเหตุสมควรจะวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · นิเวศน์ คำผอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59945)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ ก.นั้นศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจแก้บทและวรรคให้ถูกต้องโดยมิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ ขและคเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 60002)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ระบุวรรค เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำเลยไม่เกิน 2 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามฎีกาข้อ ข. และ ค. ส่วนฎีกาตามข้อ ก. แม้จะอ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59961)

ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าแม้ฎีกาข้อ 2.1 จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระต้องห้ามตามประมว…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61439)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยตามข้อ2.1(1)-(4) ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 2.2แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้ยกขึ้นมาว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up