คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2106/2532พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานีโจทก์นายสำเริงหรือเหงี่ยง ทิลาธรรมจำเลยนายสำเริง ทิลาธรรม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 106, ม. 107, ม. 108ความว่า จำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาต บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาอีกโดยจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลฎีกาโดยเคร่งครัด หากศาลฎีกาเห็นควรให้เพิ่มหลักประกันจำเลยก็ยินยอม โปรดอนุญาตหมายเหตุ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,6,7,8,26,75,76,102 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 1 ปี ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จำคุก 4 เดือนรวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 8 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75 วรรคแรก,76 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชาจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา (อันดับ 38)จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 39 แผ่นที่ 2)จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง(อันดับ 36)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง