Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5982/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในความผิดฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวเมื่อโจทก์ไม่นำสืบก็ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ไม่ได้คงลงโทษได้เพียงฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตาม ป.อ. มาตรา 371.

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 371 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 8 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 72

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันพาอาวุธปืนลูกซองสั้นไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ กับร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงขึ้นฟ้าโดยใช่เหตุ และร่วมกันพรากนางสาว ส.อายุ 16 ปี ไปนจากนาง ล. มารดาเพื่อการอนาจาร โดยนางสาว ส.ไม่เต็มใจไปด้วย แต่จำเลยใช้อาวุธปืนขู่ว่าจะทำอันตรายชีวิต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 318, 371, 58, 83, 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525 มาตรา 4, 9 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน

วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 3.7 และนำโทษจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ 2648/2526 ของศาลชั้นต้นมาบวกกับโทษจำเลยในคดีนี้ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 284 จำคุก 4 ปี มาตรา 318 จำคุก 6 ปี มาตรา 376 จำคุก10 วัน มาตรา 371 และพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา8 ทวิ วรรคแรก และ 72 ทวิ วรรคสอง ลงโทษบทหนักตามมาตรา 72 ทวิวรรคสอง จำคุก 6 เดือน 20 วัน จำเลยเคยต้องคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 2131/2526 คดีหมายเลขแดงที่ 2648/2526 ของศาลชั้นต้นจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท

โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 3 ปีจำเลยกระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลา 3 ปี จึงลงโทษซึ่งรอไว้อีก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 12 ปี 1 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน 10 วัน และปรับ100 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฏีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376เพราะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารกับพรากผู้เยาว์ แล้ววินิจฉัยฎีกาโจทก์เกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ ว่า

"...ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวหรือไม่ แม้ตามมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง จะเป็นบทกฎหมายที่ลงโทษบุคคลใดที่พาอาวุธปืนทั้งมีทะเบียนและไม่มีทะเบียนดังโจทก์ฎีกาก็ตาม แต่ถ้าหากบุคคลนั้นได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวก็อาจทำให้การกระทำของบุคคลนั้นไม่เป็นความผิดได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว แต่กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ วรรคสองกล่าวคือ พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด จึงจะเป็นความผิดตามมาตรา 72 ทวิ วรรคสาม ซึ่งกรณีของจำเลยก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงรับฟังไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง

หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ ดังโจทก์ฎีกา การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบหาใช่เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องนำสืบว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดเพราะจำเลยมีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวดังโจทก์ฎีกาไม่ รูปคดีจึงลงโทษจำเลยได้แต่เพียงฐานพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเท่านั้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับบทลงโทษโดยไม่กำหนดวรรคมานั้นไม่ถูกต้อง และเห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดีด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 284 วรรคแรก จำคุก 2 ปี มาตรา 318 วรรคสาม จำคุก 3 ปีรวมกับโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา371 ปรับ 100 บาท ตามมาตรา 376 จำคุก 10 วัน รวมจำคุก 5 ปี 10 วันปรับ 100 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

Matter details

Panel of judges
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6267/2568

ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร กับความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมกันหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุ…

Supreme Court Judgment No. 2802/2567

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4336/2565

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฐานพาอาวุธปืน และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,…

Supreme Court Judgment No. 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

Supreme Court Judgment No. 692/2561

ป.อ. มาตรา 140 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธปืนต้องได้รับโทษหนักกว่าโทษตามที่กฎหมายบัญญัติในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง ก็เพื่อคุ้มครองความปลอดภ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up