Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59771)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีคลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานในสำนวน คำเบิกความของพยานโจทก์เป็นพยานบอกเล่ารับฟังไม่ได้ การจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมายและพนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97 แผ่นที่ 2และที่ 3)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้สักท่อน และไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48,69,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานมีไม้สักท่อนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำคุก 2 ปี ฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 5 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48,69 วรรคสุดท้าย,73 วรรคสุดท้าย,74,74 ทวิ,74 จัตวา และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วนอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 84)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91,95)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาโต้แย้งคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์มิได้รับฟังฝ่าฝืนคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ว่าการจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น จำเลยมิได้ฎีกาในข้อเหล่านี้ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1915/2532พนักงานอัยการจังหวัดลำปางโจทก์นายคำ วงศ์ใหม่จำเลยนายคำ วงศ์ใหม่ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 198 ทวิ, ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีคลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานในสำนวน คำเบิกความของพยานโจทก์เป็นพยานบอกเล่ารับฟังไม่ได้ การจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมายและพนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97 แผ่นที่ 2และที่ 3)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้สักท่อน และไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้

พ.ศ. 2484 มาตรา 48,69,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานมีไม้สักท่อนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำคุก 2 ปี ฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 5 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48,69 วรรคสุดท้าย,73 วรรคสุดท้าย,74,74 ทวิ,74 จัตวา และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วนอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 84)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91,95)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยฎีกาโต้แย้งคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์มิได้รับฟังฝ่าฝืนคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ว่าการจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น จำเลยมิได้ฎีกาในข้อเหล่านี้ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ประชา บุญวนิช · เคียง บุญเพิ่ม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5087/2568

แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาด้วยตนเองและได้แสดงตัวตนในขณะยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 แต่เมื่อขณะนั้นผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 116 ปร…

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up