Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59713)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า พนักงานสอบสวนได้ทำแผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุขึ้นตามที่พวกผู้เสียหายชี้บอกและสันนิษฐานเอาเองเท่านั้น การที่ศาลรับฟังการสันนิษฐานดังกล่าวมาเป็นโทษแก่จำเลยจึงไม่ชอบด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน นอกจากนี้ตามเอกสารหมาย จ.2 ยังฟังได้ชัดแจ้งว่า เส้นแบ่งกึ่งกลางถนนมิได้อยู่กึ่งกลางถนนอย่างแท้จริง พยานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยขับรถล้ำกึ่งกลางถนนไปชนผู้เสียหาย กรณีจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 138) ส่วนโจทก์ร่วมทั้งสองไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา นายพัลลพแก้วจันทร์ฯและนายคมเตือนใจจุมปูหรือชัยชมพู ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 จำคุก 2 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคสอง จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน รวมโทษสองกระทงแล้ว คงจำคุก 2 ปี 1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 135) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 138) คำสั่ง ที่จำเลยฎีกาว่า จุดชนตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนในแผนที่ดังกล่าวไม่ถูกต้อง พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยขับรถล้ำกึ่งกลางถนนเข้าไปชนผู้เสียหายนั้นเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1824/2532พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายพัลลพ แก้วจันทร์ กับพวกโจทก์นายสมเดช ปงรังษีจำเลยนายสมเดช ปงรังษี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า พนักงานสอบสวนได้ทำแผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุขึ้นตามที่พวกผู้เสียหายชี้บอกและสันนิษฐานเอาเองเท่านั้น การที่ศาลรับฟังการสันนิษฐานดังกล่าวมาเป็นโทษแก่จำเลยจึงไม่ชอบด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน นอกจากนี้ตามเอกสารหมาย จ.2 ยังฟังได้ชัดแจ้งว่า เส้นแบ่งกึ่งกลางถนนมิได้อยู่กึ่งกลางถนนอย่างแท้จริง พยานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยขับรถล้ำกึ่งกลางถนนไปชนผู้เสียหาย กรณีจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 138) ส่วนโจทก์ร่วมทั้งสองไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา นายพัลลพแก้วจันทร์ฯและนายคมเตือนใจจุมปูหรือชัยชมพู ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 จำคุก 2 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคสอง จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน รวมโทษสองกระทงแล้ว คงจำคุก 2 ปี 1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 135) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 138) คำสั่ง

ที่จำเลยฎีกาว่า จุดชนตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนในแผนที่ดังกล่าวไม่ถูกต้อง พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยขับรถล้ำกึ่งกลางถนนเข้าไปชนผู้เสียหายนั้นเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · มงคล เปาอินทร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up