Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5940/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์นำการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นการกระทำเดียวกันมาแยกฟ้องเป็น 2 คดี โดยแยกผู้เสียหายออกเป็น 2 กุล่ม กลุ่มละคดี เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในการกระทำของจำเลยดังกล่าวซึ่งเป็นความผิดที่โจทก์ได้ฟ้องไว้ในคดีหนึ่งไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในคดีนี้ย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4)

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 343 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 Section 82 ป.วิ.อ. Section 39 ป.วิ.อ. Section 195 ป.วิ.อ. Section 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างประมาณเดือนกรกฎาคม 2536 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2536 ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนติดต่อกันมาโดยตลอด จำเลยกับนายเสถียร จันทร์ศรีนวล นายคล้าย ป้องศรี จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 490/2537 ของศาลชั้นต้น กับพวกอีกหลายคนที่หลบหนีไป ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยกับพวกโดยทุจริตได้ร่วมกันหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โดยประกาศโฆษณาแก่ประชาชนว่าจำเลยกับพวกสามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ มีตำแหน่งงานให้ทำหลายตำแหน่ง รายได้ดี สวัสดิการดี ใครต้องการไปทำงานให้สมัครได้ที่จำเลยกับพวกโดยต้องจ่ายค่าสมัคร ค่าบริการต่าง ๆ ให้แก่จำเลยกับพวก แล้วจำเลยกับพวกจะจัดส่งผู้สมัครไปทำงานที่ประเทศดังกล่าวตามความประสงค์ซึ่งเป็นความเท็จ

ความจริงแล้วจำเลยหาได้มีความสามารถส่งคนไปทำงานที่ประเทศดังกล่าวให้มีรายได้ดี สวัสดิการดีอย่างใดไม่ ด้วยการหลอกลวงตามวิธีการดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนจำนวน 116 คน ตามบัญชีรายชื่อผู้เสียหายท้ายฟ้องหลงเชื่อมาสมัครงานและจ่ายเงินให้จำเลยกับพวกตามรายการที่ผู้เสียหายแต่ละคนได้จ่ายไปท้ายฟ้องรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,187,000 บาท แล้วจำเลยกับพวกนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต และจำเลยกับพวกได้ร่วมกันจัดหางานให้ผู้เสียหายทั้งหมดท้ายฟ้องซึ่งเป็นคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามกฎหมาย จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2539 เหตุทั้งหมดเกิดที่ตำบลบ้านเลื่อม และตำบลหมากแข้ง

อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เกี่ยวพันกัน จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 742/2539 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 83, 343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 5,187,000 บาท แก่ผู้เสียหายทุกคน และนับโทษของจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 742/2539 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 5,187,000 บาท แก่ผู้เสียหายทุกคนในส่วนที่แต่ละคนได้รับความเสียหาย และให้นับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 742/2539 หมายเลขแดงที่ 1312/2544 ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศเป็น 2 คดี ด้วยกันคือ คดีหมายเลขดำที่ 742/2539 ของศาลชั้นต้น และคดีนี้โดยขอให้นับโทษคดีนี้ต่อจากโทษในคดีดังกล่าว ซึ่งคดีดังกล่าวโจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างประมาณเดือนกรกฎาคม 2536 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2536 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยกับนายเสถียร จันทร์ศรีนวล นายสมบัติ ชารีเชียงพิณ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 296/2537 นางไพบูลย์ หรืออุ้น มุ่งงาม นางองุ่น พหลเทพ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 365/2538 ของศาลชั้นต้นกับพวกอีกหลายคนที่หลบหนีไป ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ

จำเลยกับพวกโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จโดยประกาศโฆษณาแก่ประชาชนว่า จำเลยกับพวกสามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ มีตำแหน่งงานให้ทำหลายตำแหน่ง รายได้ดี สวัสดิการดี ใครต้องการไปทำงานให้ไปสมัครได้ที่จำเลยกับพวกโดยต้องจ่ายค่าสมัคร ค่าบริการต่าง ๆ ให้แก่จำเลยกับพวก แล้วจำเลยกับพวกจะจัดส่งผู้สมัครไปทำงานที่ประเทศดังกล่าวซึ่งเป็นเท็จ ความจริงแล้วจำเลยกับพวกหาได้มีความสามารถส่งคนไปทำงานที่ประเทศดังกล่าวให้มีรายได้ดี สวัสดิการดีแต่อย่างใดไม่ ด้วยการหลอกลวงตามวิธีการดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนจำนวน 343 คน ตามบัญชีรายชื่อผู้เสียหายท้ายฟ้องหลงเชื่อไปสมัครงานและจ่ายเงินให้จำเลยกับพวกตามรายการที่ผู้เสียหายแต่ละคนได้จ่ายไปท้ายฟ้องรวมเป็นเงิน 16,185,000 บาท แล้วจำเลยกับพวกนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต และจำเลยกับพวกดังกล่าวร่วมกันจัดหางานให้ผู้เสียหายทั้งหมดท้ายฟ้องซึ่งเป็นคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามกฎหมาย

จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2539 เหตุทั้งหมดเกิดที่ตำบลบ้านเลื่อม และตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 83, 343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2538 มาตรา 30, 82 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 16,185,000 บาท แก่ผู้เสียหายทุกคน ซึ่งจะเห็นได้ว่าฟ้องของโจทก์ในคดีนี้กับคดีดังกล่าวเหมือนกันแทบทุกประการ เป็นการฟ้องในฐานความผิดเดียวกัน โดยวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดทั้ง 2 คดี เป็นช่วงเวลาเดียวกัน แสดงว่าการประกาศโฆษณาให้ประชาชนรวมทั้งผู้เสียหายทั้ง 2 คดีนี้หลงเชื่อยอมจ่ายเงินให้จำเลยกับพวกเป็นการประกาศโฆษณาครั้งเดียวกัน

สถานที่เกิดเหตุทั้ง 2 คดี ก็เป็นสถานที่เดียวกัน จะแตกต่างกันก็เฉพาะผู้เสียหายในคดีนี้กับในคดีดังกล่าวเป็นผู้เสียหายต่างรายกันเท่านั้น ทั้งทางนำสืบของโจทก์ในคดีนี้และคดีดังกล่าวก็ปรากฏว่าการกระทำความผิดของจำเลยทั้ง 2 คดี จำเลยกระทำความผิดร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรีท็อป โดยจำเลยเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว และยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยอีกหลายคนเป็นอย่างเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่โจทก์นำการกระทำของจำเลยซึ่งโจทก์กล่าวหาว่าเป็นความผิดอันเป็นการกระทำเดียวกันมาแยกฟ้องเป็น 2 คดี โดยแยกผู้เสียหายออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละคดีเท่านั้น เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในการกระทำของจำเลยดังกล่าวซึ่งเป็นความผิดที่โจทก์ได้ฟ้องไว้ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 742/2539 และหมายเลขแดงที่ 1312/2544 ของศาลชั้นต้นไปแล้ว

สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในคดีนี้ย่อมระงับไปแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) จึงต้องยกฟ้องของโจทก์คดีนี้เสีย ปัญหาข้อนี้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และจำเลยต่อไปอีก"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ประกอบมาตรา 83 และคำขออื่นของโจทก์เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

Matter details

Panel of judges
พิทยา บุญชู · วัฒนชัย โชติชูตระกูล · อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

Supreme Court Judgment No. 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

Supreme Court Judgment No. 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

Supreme Court Judgment No. 5161/2566

เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาคดีที่รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่แล้วพิพากษายกคำพิพากษาเดิมและพิพากษาใหม่เป็นยกฟ้องตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 13 (1) แล้ว สิทธิในกา…

Supreme Court Judgment No. 3957/2566

แม้บัญชีธนาคาร ก. สาขาซีคอนสแควร์ เลขที่บัญชี 659-1-32XXX-X ของจำเลยที่ 4 ที่มีการรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในคดีนี้ เป็นบัญชีเดียวกับบัญชีที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในคดีหมายเลข…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up