Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 594/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นพยานในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องว่าสมคบกันวางเพลิงโดยจำเลยเบิกความว่า "โจทก์พูดว่าอ้ายหวินมันจะวิเศษขนาดไหน แล้วนายอมรพูดว่าเอาเลยเป็นไรเป็นกันพวกเราทำแบบนี้" ข้อความที่จำเลยเบิกความนี้เป็นความเท็จแต่ก็ยังห่างไกลกับข้อเท็จจริงที่กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการวางเพลิง และไม่พอฟังได้ว่าโจทก์กับนายอมรได้คบคิดกันวางเพลิงตามที่โจทก์ฟ้อง คำเบิกความนั้นจึงมิใช่เป็นข้อสำคัญในคดี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จ

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นเท็จ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อความที่จำเลยเบิกไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี

ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีก่อนอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๖ ได้ฟ้องนายอมร เทพสัตยากร กับนายเสรี โจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยโดยกล่าวหาว่าร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์สินของผู้อื่น ผลที่สุดของคดีนั้นศาลได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ นายเสรีจึงเป็นโจทก์ ฟ้องจำเลยในคดีนี้ว่าเบิกความเท็จ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่า ขณะจำเลยเดินผ่านร้านศรีอัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นร้านของนางอมรได้เห็นโจทก์กับนายอมรคุยกันในร้าน โจทก์พูดว่า "อ้ายหวินมันจะวิเศษขนาดไหน แล้วนายอมรพูดว่าเอาเลยเป็นไรเป็นกันพวกเราทำแบบนี้" ซึ่งข้อความนี้ศาลอุทธรณ์ได้ฟังมาแล้วว่าเป็นความเท็จ แต่ข้อความที่จำเลยเบิกความไปดังกล่าวนี้จะเป็นข้อสำคัญในคดีอันจะเป็นความผิดตามกฎหมายที่ฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาในคดีของศาลมณฑลทหารบกที่จำเลยไปเบิกความนั้น มีประเด็นอันเป็นข้อสำคัญในคดีว่า โจทก์ในคดีนี้ได้ร่วมกับพวกกระทำการวางเพลิงเผาทรัพย์ตามที่ได้ฟ้องหรือไม่ ปรากฏตามคำพิพากษาในคดีนั้นซึ่งวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด คงมีแต่พยานแวดล้อมโดยเฉพาะพยานปากนายถนอม ไตรทรัพย์ (จำเลยคดีนี้) เป็นพยานเดี่ยวและมีข้อที่จำเลยนำสืบหักล้างมีน้ำหนักน้อยที่จะรับฟัง

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความที่จำเลยเบิกความมาดังกล่าวแล้ว ยังห่างไกลกับข้อเท็จจริงในคดีที่กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการวางเพลิง ไม่พอที่จะทำให้ฟังไปได้ว่าโจทก์กับนายอมรได้คบคิดกันวางเพลิงตามที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าคำเบิกความที่นายถนอม ไตรทรัพย์ จำเลยเบิกความไปนั้น มิใช่เป็นข้อสำคัญในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฟังว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยจำเลยยังไม่มีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังขึ้น และศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้ออื่นต่อไป

Result

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องของโจทก์เสีย.

Matter details

Panel of judges
อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์
Lower court
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายเรืองสวัสด์ พรหมสาขา ณ สกลน
ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ ผลสวัสดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up