Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5924/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือฐานออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชีอันจะพึงจ่ายให้ได้นั้น สาระสำคัญอยู่ที่วันที่สั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเช็คพิพาทที่จำเลยออกไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายไว้ในขณะที่ออกเช็ค ย่อมถือว่าไม่มีวันที่จำเลยกระทำความผิด แม้ ป.พ.พ. มาตรา 910 ประกอบมาตรา 989 จะให้สิทธิผู้ทรงเช็คไว้ว่า ถ้าเช็ครายการใดมิได้ลงวันออกเช็ค ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายคนหนึ่งคนใดทำการโดยสุจริตจะจดวันที่ถูกต้องแท้จริงลงก็ได้นั้น กฎหมายเพียงแต่ให้เช็คฉบับนั้นเป็นเช็คที่มีรายการสมบูรณ์ตามกฎหมาย ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ในทางแพ่งเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 แม้โจทก์จะอ้าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 คลาดเคลื่อนไปเป็น พ.ศ.2497 ก็ตาม แต่มิใช่ข้อสำคัญที่จะทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 Section 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3327/2548 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 12 เดือน และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3327/2548 ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหาย นางจันทนา และนายมานพ ซึ่งเป็นบุตรผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2545 เวลาประมาณ 16 นาฬิกา จำเลยและนายธนพล สามีจำเลยมาพบผู้เสียหายที่บ้าน เพื่อขอกู้ยืมเงินจากผู้เสียหาย จำนวน 5,500,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระเงินคืนในวันที่ 10 มิถุนายน 2547 มีการทำหลักฐานสัญญากู้ไว้ซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ มีนายธนพล สามีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน เมื่อถึงกำหนดชำระเงินในวันที่ 10 มิถุนายน 2547 จำเลยและนายธนพลมาที่บ้านของผู้เสียหายอีก แล้วจำเลยชำระหนี้เงินกู้ยืมคืนเป็นเช็ค 1 ฉบับ โดยจำเลยเขียนข้อความและลงลายมือชื่อในเช็คต่อหน้าผู้เสียหาย

บุตรผู้เสียหายและนางสุภาพ ภริยาผู้เสียหาย แล้วมอบเช็คให้แก่ผู้เสียหายไว้ ต่อมาวันที่ 17 มิถุนายน 2547 ผู้เสียหายมอบหมายให้นางจันทนานำเช็คไปเรียกเก็บเงินที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขา บ้านกรวด ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" นางจันทนาจึงแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ผู้เสียหายทราบ ผู้เสียหายติดต่อจำเลย จำเลยขอเวลา 2 ถึง 3 วัน แต่เมื่อถึงกำหนดจำเลยก็ไม่ได้ชำระเงินแก่ผู้เสียหาย ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2547 ผู้เสียหาย จำเลยและนายธนพลไปเจรจากันที่สถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านบัว จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ข้อตกลงว่า จำเลยยอมรับสภาพหนี้โดยจำเลยยอมชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 9,200,000 บาท

เนื่องจากเมื่อจำเลยกู้ยืมเงินจำนวน 5,500,000 บาท ไปแล้วจำเลยได้มาขอกู้ยืมเงินจากผู้เสียหายเพิ่มอีกหลายครั้ง รวมเป็นหนี้ 15,000,000 บาท สำหรับเงินจำนวน 9,200,000 บาท นั้น จำเลยตกลงชำระคืนให้แก่ผู้เสียหายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2547 แต่เมื่อถึงกำหนด จำเลยไม่ชำระ เห็นว่า ในตอนที่มีการออกเช็คพิพาทจำเลยไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายเช็คไว้ แต่มีการมาจดวันที่ลงในเช็คพิพาทในภายหลัง จำเลยนำสืบความข้อนี้ว่า ผู้เสียหายให้จำเลยเขียนเช็ค 1 ฉบับ สั่งจ่ายเงินจำนวน 5,500,000 บาท ซึ่งจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อไว้ให้แก่ผู้เสียหายจริง แต่มิได้ระบุวันที่สั่งจ่ายไว้ ลายมือชื่อของจำเลยด้านบนของวันที่ที่อยู่ในเช็คพิพาทนั้น ขณะที่จำเลยลงลายมือชื่อไว้ยังไม่มีการระบุวันที่ โดยจำเลยอ้างว่าวันที่ที่ลงในเช็คพิพาทนั้น

จำเลยไม่ได้เป็นผู้เขียนด้วยตนเอง ส่วนจำนวนเงินและลายมือชื่อของจำเลยนั้นเขียนด้วยตนเองโดยไม่สมัครใจ พยานหลักฐานของโจทก์ยังมีข้อพิรุธอยู่หลายประการ และไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยเป็นผู้ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาทในขณะที่ออกเช็คนั้น

ที่โจทก์ฎีกาว่าทางนำสืบของโจทก์ ผู้เสียหายและพยานโจทก์ต่างเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ลงข้อความทั้งหมดในเช็คพิพาทรวมถึงวันที่ลงในเช็คด้วยนั้น เห็นว่า ผู้เสียหายและพยานโจทก์ต่างมีความสัมพันธ์เป็นบิดากับบุตร อาจเบิกความเข้าข้างหรือช่วยเหลือกันได้ ความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือฐานออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชีอันจะพึงจ่ายให้ได้นั้น สาระสำคัญอยู่ที่วันที่สั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเช็คพิพาทที่จำเลยออกไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายไว้ในขณะที่ออกเช็ค ย่อมถือว่าไม่มีวันที่จำเลยกระทำความผิด แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 ประกอบมาตรา 989 จะให้สิทธิผู้ทรงเช็คไว้ว่า

ถ้าเช็ครายการใดมิได้ลงวันออกเช็ค ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายคนหนึ่งคนใดทำการโดยสุจริตจะจดวันที่ถูกต้องแท้จริงลงก็ได้นั้น กฎหมายเพียงแต่ให้เช็คฉบับนั้นเป็นเช็คที่มีรายการสมบูรณ์ตามกฎหมาย ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ในทางแพ่งเท่านั้น แต่หามีผลที่จะลงโทษผู้ออกเช็คในทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ที่โจทก์ฎีกาประการสุดท้ายว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยยกฟ้องโดยเอาบทกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกยกเลิกแล้วมาวินิจฉัยจึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 ประกอบมาตรา 214, 215 นั้น

เห็นว่า สาระสำคัญของความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คที่จำเลยออกเช็คโดยไม่ลงวันที่สั่งจ่ายไว้ในขณะที่ออกเช็คนั้น ย่อมถือว่าไม่มีวันที่จำเลยกระทำความผิด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว แม้จะอ้างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 คลาดเคลื่อนไปเป็น พ.ศ.2497 ก็ตาม แต่มิใช่ข้อสำคัญที่จะทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สู่บุญ วุฒิวงศ์ · บุญมี ฐิตะศิริ · จตุรงค์ นาสมใจ
Lower court
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายผดุงศักดิ์ เทศดี
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ
Supreme Court black case no.
อ.3933/2552
Trial court black case no.
อ3233/2547
Trial court red case no.
อ3735/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 508/2567

มูลหนี้ตามเช็คในคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงิน 1,200,000 บาท เพื่อชำระหนี้กู้ยืม หลังจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงได้ชำระเงินสด 300,000 บาท และนำเช็ค 3 ฉบับ ฉบับละ 75,00…

Supreme Court Judgment No. 4410/2567

หนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ 467,000 บาท จำเลยยอมชำระหนี้ดังกล่าวโดยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยและโจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าวด้วย หนังสือรับสภาพหนี้ดั…

Supreme Court Judgment No. 2620/2567

แม้จำเลยจะออกเช็คพิพาทให้โจทก์ร่วมเพื่อให้โจทก์ร่วมถอนฟ้องจำเลยในคดีที่โจทก์ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดอาญาแผ่นดินก็ตาม แต่การที่โจทก์ร่วมจะถอนฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่ ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ร่วมอันพึ…

Supreme Court Judgment No. 888/2567

จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (2) และ (5) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้รอการกำหนดโทษและคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ มีกำห…

Supreme Court Judgment No. 5209/2566

จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ แต่ก่อนถึงกำหนดวันที่ลงในเช็ค จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยย่อมไม่มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของตนเองนับแต่วันดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up