Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5911/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์นำสืบว่า ห. พวกของจำเลยหลอกลวงสามีโจทก์บุตรโจทก์และบุคคลอื่น ๆ ว่าสามารถจัดส่งบุคคลดังกล่าวไปทำงาน ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ โดยเรียกเก็บเงินค่านายหน้าจัดหางานโจทก์ไม่มีเงิน พวกของจำเลยจึงให้โจทก์นำที่ดินพิพาทไปขายฝากแก่ จำเลยในราคาเท่ากับจำนวนค่านายหน้า โดยโจทก์ไม่ได้รับเงินตามสัญญา เมื่อ ห. ไม่สามารถส่งคนไปทำงานตามที่อวดอ้างไว้ได้โจทก์ได้บอกล้างสัญญาขายฝากแล้วโจทก์และสามีโจทก์ให้พวกของจำเลยไปนำโฉนดที่ดินคืนมา แต่มิได้ดำเนินการให้นอกจากเป็นการนำสืบถึงที่มาหรือมูลเหตุแห่งการทำสัญญาขายฝากแล้ว ยังเป็นการนำสืบว่าสัญญาขายฝากไม่สมบูรณ์ด้วยมิใช่เป็นการนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 15361 เนื้อที่ 37 ไร่ 77 ตารางวา เมื่อวันที่28 กรกฎาคม 2535 จำเลยกับพวกทำกลฉ้อฉลหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยกับพวกสามารถส่งบุตรชายโจทก์ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้โดยโจทก์จะต้องจ่ายเงินให้แก่จำเลยกับพวกเป็นค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายหากไม่มีเงินก็ให้ทำสัญญาขายฝากที่ดินแก่จำเลยโจทก์หลงเชื่อจึงตกลงให้บุตรชายโจทก์ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นแต่โจทก์ไม่มีเงินจึงทำนิติกรรมขายฝากที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยเป็นเงิน 380,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี ครบกำหนดในวันที่28 กรกฎาคม 2536 โดยโจทก์ไม่ได้รับเงินตามสัญญาแต่อย่างใดหลังจากทำสัญญาขายฝากแล้วจนบัดนี้จำเลยกับพวกก็ยังมิได้ส่งบุตรชายโจทก์ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการแสดงเจตนาหลอกลวงโจทก์เพื่อให้ทำนิติกรรมขายฝากที่ดินแก่จำเลยโดยโจทก์ไม่ได้รับเงินจากจำเลย โจทก์ได้บอกล้างนิติกรรมแล้วนิติกรรมการขายฝากจึงเป็นโมฆะ ขอให้พิพากษาว่าสัญญาขายฝากที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่28 กรกฎาคม 2535 เป็นโมฆะและเพิกถอนสัญญาขายฝากที่ดินกับให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินและไปจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 15361 ตำบลพันชนะ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมาให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย หากจำเลยไม่สามารถโอนที่ดินให้แก่โจทก์ได้ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 380,000 บาทจำเลยให้การว่า โจทก์นำที่ดินมาขายฝากไว้แก่จำเลยจำนวน 380,000 บาท โดยสมัครใจและได้รับเงินจากจำเลยเต็มตามจำนวนแล้ว

จำเลยไม่ได้หลอกลวงโจทก์ สัญญาขายฝากไม่เป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 15361 ตำบลพันชนะอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างโจทก์กับจำเลยให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยหากไม่สามารถโอนที่ดินคืนโจทก์ได้ให้จำเลยใช้เงิน 380,000 บาทแก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบไม่โต้เถียงกันว่า นายเหรียญหรือเหรียญชัยและนางคำปุ้ย บุญมี กับพวกหลอกลวงนายจิตต์ พาขุนทด สามีโจทก์และนายชำนาญ พาขุนทด

บุตรชายโจทก์ให้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะได้เงินเดือนเดือนละประมาณ 50,000 ถึง 60,000 บาท สามีโจทก์และบุตรชายโจทก์ตกลงไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นตามที่บุคคลดังกล่าวหลอกลวง โดยจะต้องเสียค่าตอบแทนเป็นค่านายหน้าจัดหางานรวม 380,000 บาท แต่โจทก์ไม่มีเงินนายเหรียญและนางคำปุ้ยให้โจทก์นำที่ดินพิพาทไปขายฝากแก่นายทุน ซึ่งต่อมานางน้อยเป็นผู้ติดต่อให้โจทก์นำที่ดินพิพาทไปขายฝากแก่จำเลยมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของจำเลยว่า การที่โจทก์อ้างว่าไม่ได้รับเงินค่าขายฝากที่ดินพิพาทจากจำเลยเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินเอกสารหมาย จ.3 หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาสาขาด่านขุนทด ตามหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินเอกสารหมาย

จ.3 ต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินโดยสัญญาดังกล่าวระบุไว้ว่า ผู้ขายฝากได้รับเงินจากผู้รับซื้อฝากจำนวน380,000 บาท เป็นการเสร็จแล้ว การที่โจทก์นำสืบว่าไม่ได้รับเงินจากจำเลย เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)นั้น โจทก์นำสืบว่า นายเหรียญและนางคำปุ้ยพวกของจำเลยหลอกลวงสามีโจทก์ บุตรชายโจทก์และบุคคลอื่น ๆ อีกหลายคนว่าสามารถจัดส่งบุคคลดังกล่าวไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้โดยเรียกเก็บเงินค่าตอบแทนเป็นค่านายหน้าจัดหางานคนละ220,000 บาท แต่ของสามีโจทก์และบุตรชายโจทก์ 2 คน คิดรวม 380,000 บาท โจทก์ไม่มีเงิน พวกของจำเลยจึงให้โจทก์นำที่ดินพิพาทไปขายฝากแก่จำเลยในราคาเท่ากับจำนวนเงินที่จะต้องชำระค่านายหน้าจัดหางานแก่พวกของจำเลยโดยโจทก์ไม่ได้รับเงินตามสัญญาแต่อย่างใด

เมื่อปรากฏต่อโจทก์ในภายหลังว่าความจริงนายเหรีญและนางคำปุ้ยไม่สามารถส่งคนไปทำงานตามที่อวดอ้างไว้ได้ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาขายฝากแล้วโจทก์และสามีโจทก์จึงให้พวกของจำเลยไปนำโฉนดที่ดินคืนมา แต่พวกของจำเลยมิได้ดำเนินการให้ เห็นว่า ข้อนำสืบของโจทก์ดังกล่าวนอกจากเป็นการนำสืบถึงที่มาหรือมูลเหตุแห่งการทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่จำเลยแล้ว ยังเป็นการนำสืบว่าสัญญาขายฝากไม่สมบูรณ์ด้วย มิใช่เป็นการนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่กฎหมายบังคับว่าจะต้องมีมาแสดง จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อร่าม หุตางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร · อำนวย เต้พันธ์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

Supreme Court Judgment No. 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

Supreme Court Judgment No. 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

Supreme Court Judgment No. 156/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หาทั้งแปลง มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องร้องขอให้บังคับหรือไม่บังคับตามสัญญาให้โจทก์กับจำเลยทั้งสองเป็น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up