คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 135/2532พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายสมนึก เมฆฉายโจทก์นายชานุ กุมประสิทธิ์จำเลยนายชานุ กุมประสิทธิ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีขัดต่อข้อเท็จจริงที่พยานโจทก์ได้ให้ถ้อยคำไว้ต่อพนักงานสืบเสาะ จึงน่าจะเป็นการมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 52) ส่วนโจทก์ร่วมไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา
นายสมนึก เมฆฉาย บิดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157กรรมเดียวผิดหลายบท ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุก 9 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 48)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาว่าเหตุที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดของจำเลยหากแต่เป็นเหตุสุดวิสัยและความประมาทของผู้เสียหาย กับขอให้รอการลงโทษแก่จำเลย ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง