Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58926)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ 104,720 บาท จำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยาน เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงห้ามฎีกาไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดจำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาข้อ 4 ของจำเลยทั้งสามเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97,98)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียน แก้ไขทะเบียนชื่อผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรอง การทำประโยชน์เลขที่ 194 ตำบลหัวหว้าอำเภอศรีมหาโพธิจังหวัดปราจีนบุรี จากชื่อจำเลยทั้งสามเป็นชื่อโจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษา แทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 92)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 95)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยทั้งสามอ้างว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทมิได้ ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 นั้น เห็นว่า แม้สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์ และนายเคี่ยมจะเป็นโมฆะ แต่ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหลักฐานเป็น น.ส.3 ซึ่งเจ้าของมีเพียงสิทธิ ครอบครองและการโอนการครอบครองนั้นย่อมทำได้โดยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง การที่นายเคี่ยมส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์เข้าครอบครองและทำประโยชน์เป็นการสละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไป มีผลให้การครอบครองสิ้นสุดลงเมื่อโจทก์เป็นผู้ มีสิทธิครอบครองจึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนแก้ไขชื่อผู้มีสิทธิครอบครองใน น.ส.3 ของที่ดินพิพาท เป็นชื่อโจทก์ จำเลยทั้งสามฎีกาในข้อ 4 ว่านายเคี่ยม ขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ โจทก์ก็ไม่สามารถฟ้องบังคับให้ จำเลยทั้งสามจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ได้ เพราะการซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์และนายเคี่ยมเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด เมื่อมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน การซื้อขาย ดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคแรก และมาตรา 115 ดังนี้ เป็นฎีกาที่มิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ถือได้ว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2875/2537นายผล คำซาวโจทก์นายสมชาย บุญรอด กับพวกจำเลยนายสมชาย บุญรอด กับพวก

จำเลยทั้งสามผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ 104,720 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยาน เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงห้ามฎีกาไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดจำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาข้อ 4 ของจำเลยทั้งสามเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97,98)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียน แก้ไขทะเบียนชื่อผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรอง การทำประโยชน์เลขที่ 194 ตำบลหัวหว้าอำเภอศรีมหาโพธิจังหวัดปราจีนบุรี จากชื่อจำเลยทั้งสามเป็นชื่อโจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษา แทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 92)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 95)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยทั้งสามอ้างว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทมิได้ ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 นั้น เห็นว่า แม้สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์ และนายเคี่ยมจะเป็นโมฆะ แต่ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหลักฐานเป็น น.ส.3 ซึ่งเจ้าของมีเพียงสิทธิ ครอบครองและการโอนการครอบครองนั้นย่อมทำได้โดยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง การที่นายเคี่ยมส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์เข้าครอบครองและทำประโยชน์เป็นการสละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไป มีผลให้การครอบครองสิ้นสุดลงเมื่อโจทก์เป็นผู้ มีสิทธิครอบครองจึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนแก้ไขชื่อผู้มีสิทธิครอบครองใน น.ส.3 ของที่ดินพิพาท เป็นชื่อโจทก์

จำเลยทั้งสามฎีกาในข้อ 4 ว่านายเคี่ยม ขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ โจทก์ก็ไม่สามารถฟ้องบังคับให้ จำเลยทั้งสามจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ได้ เพราะการซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์และนายเคี่ยมเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด เมื่อมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน การซื้อขาย ดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคแรก และมาตรา 115 ดังนี้ เป็นฎีกาที่มิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ถือได้ว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม

Matter details

Panel of judges
สุนพ กีรติยุติ · สุรินทร์ นาควิเชียร · จำลอง สุขศิริ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up