Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58872)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็น ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยได้ชำระเงินบางส่วนในมูลหนี้เดิมให้โจทก์แล้ว ย่อมถือว่าเป็นการยอมความนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เนื่องจากจำเลยได้ชำระหนี้ในมูลหนี้เดิมบางส่วนแล้วจนเหลือ กลายเป็นเช็คพิพาท เห็นควรลงโทษสถานเบา ให้จำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 117)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 118)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาโดยอ้างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 5 ว่าการกระทำของจำเลยที่ได้ชำระเงินในมูลหนี้เดิมให้แก่โจทก์บางส่วน เป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายจำเลยไม่ควรต้องรับโทษ ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว ในศาลล่างทั้งสอง ทั้งข้อที่ว่าจำเลยได้ชำระเงินในมูลหนี้เดิม ให้แก่โจทก์บางส่วนหรือไม่ก็เป็นปัญหาในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2637/2537จ่าสิบเอกหญิงไพรวัน เผือกขจีโจทก์สิบเอกสำรวย ขะหงวนจำเลยนายพิพัฒน์ สีหพันธุ์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็น ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยได้ชำระเงินบางส่วนในมูลหนี้เดิมให้โจทก์แล้ว ย่อมถือว่าเป็นการยอมความนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เนื่องจากจำเลยได้ชำระหนี้ในมูลหนี้เดิมบางส่วนแล้วจนเหลือ กลายเป็นเช็คพิพาท เห็นควรลงโทษสถานเบา ให้จำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 117)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 118)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาโดยอ้างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 5 ว่าการกระทำของจำเลยที่ได้ชำระเงินในมูลหนี้เดิมให้แก่โจทก์บางส่วน เป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายจำเลยไม่ควรต้องรับโทษ ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว ในศาลล่างทั้งสอง ทั้งข้อที่ว่าจำเลยได้ชำระเงินในมูลหนี้เดิม ให้แก่โจทก์บางส่วนหรือไม่ก็เป็นปัญหาในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
โกษา ปิยสิรานนท์ · บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up