Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58860)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินความจริง และคาดคะเนเหตุการณ์มาลงโทษจำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งความเป็นจริงและเป็นการคาดคะเนเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 18)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก กระทงเดียว ถึงแม้จะเป็นทรัพย์ที่ได้มาจาก การกระทำผิดฐานลักทรัพย์ต่างกรรมกัน แต่จำเลยได้รับทรัพย์ ดังกล่าวไว้ในคราวเดียวกัน ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปีและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนคำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 17)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 18)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินความจริงและคาดคะเนเหตุการณ์มาลงโทษจำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2596/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายกรณพหรือรักษ์ พรรณกมลจำเลยนายกรณพหรือรักษ์ พรรณกมล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินความจริง และคาดคะเนเหตุการณ์มาลงโทษจำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

จำเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งความเป็นจริงและเป็นการคาดคะเนเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 18)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก กระทงเดียว ถึงแม้จะเป็นทรัพย์ที่ได้มาจาก การกระทำผิดฐานลักทรัพย์ต่างกรรมกัน แต่จำเลยได้รับทรัพย์ ดังกล่าวไว้ในคราวเดียวกัน ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปีและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

ส่วนคำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 17)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 18)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินความจริงและคาดคะเนเหตุการณ์มาลงโทษจำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up