คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2513/2537นายโกมล ลาภปรารถนาโจทก์นายเกษม บุรกรรมโกวิทจำเลยนายโกมล ลาภปรารถนา โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 243, ม. 254ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา เนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2141/2534 ให้จำเลยขายที่ดิน โฉนดเลขที่ 4079,8346 ตำบลพระโขนง อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีนี้ด้วยนั้น ให้แก่ บริษัทพญาไททาวเวอร์ (1989) จำกัด ทำให้คำสั่งของศาลฎีกาในคดีนี้ที่ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกาไม่มีผลบังคับ และจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับเงิน ที่เหลือจากการขายทอดตลาดที่พิพาทในคดีดังกล่าวเป็นเงินประมาณ 106,000,000 บาท หากปล่อยให้จำเลยรับเงินจำนวนดังกล่าวไป จำเลยจะต้องเบียดบังเงินดังกล่าวไปให้พ้นจากอำนาจศาล ทำให้โจทก์ไม่สามารถบังคับคดีได้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งอายัดเงินที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากกรมบังคับคดี ในคดีหมายเลขแดงที่ 2141/2534 ของศาลแพ่งเป็นจำนวนเงิน 50,000,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ ให้แก่โจทก์ในคดีนี้ด้วย
โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,553,150.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันที่ 20 กันยายน 2532 ของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2532 ของต้นเงิน253,150.50 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2532 ของต้นเงิน500,000 บาท นับแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2532 และของต้นเงิน400,000 บาท นับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2533 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 4079,8346 เลขที่ดิน 9,554หน้าสำรวจ 223,1691 ตำบลพระโขนง
อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร พร้อมกับให้จำเลยรับเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือจากโจทก์ หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ให้แก่โจทก์ ให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยจำนวนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แก่โจทก์ กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 30,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา(อันดับ 103,102)ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับตามคำขอโดยมี คำสั่งห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด
ๆ เกี่ยวกับที่พิพาทในระหว่าง ฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ(คำสั่งคำร้องที่ 1403/2527)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 128,129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์เป็นการด่วนแล้วส่งศาลฎีกาเพื่อดำเนินการต่อไป