Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58784)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาข้อ ก. เป็นข้อที่ มิได้ยกขึ้นมาว่ากันในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฎีกาข้อ ข. เป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ทั้งข้อ กและขต้องห้ามฎีกา จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้พนักงานอัยการได้นำคดีมาฟ้องต่อศาล โดยที่พนักงานสอบสวนเจ้าของท้องที่มิได้สอบสวนและตั้งข้อหา ความผิด จึงเป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 และเป็นการฟ้องผิดศาลอันฝ่าฝืนพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ถือว่าฟ้องของโจทก์เป็นโมฆะ ศาลต้องยกฟ้อง ดังนี้แม้ว่าจำเลย จะมิได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมากล่าวกันในศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ก็ตาม จำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นมาให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ชี้ขาดได้ ซึ่งหากศาลไม่วินิจฉัยข้อผิดพลาดและฝ่าฝืนกฎหมาย ของโจทก์ ย่อมจะเป็นการคลาดเคลื่อนต่อหลักความยุติธรรมอย่างยิ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 52)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83จำคุก 5 ปี แต่เนื่องจาก ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่มากมีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 51)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาข้อ ก. เกี่ยวกับอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนและอำนาจฟ้องของโจทก์นั้น เห็นว่าคำฟ้องระบุสถานที่เกิดเหตุไว้โดยชัดแจ้งซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงการสอบสวนและการฟ้องต่อศาลซึ่งกระทำโดยชอบตามกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลย จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบด้วยประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยในข้อนี้นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2147/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายทิง แซ่อั้ง หรือหงส์ จื่อ เทิ้งจำเลยนายทิง แซ่อั้ง หรือหงส์ จื่อ เทิ้ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาข้อ ก. เป็นข้อที่ มิได้ยกขึ้นมาว่ากันในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฎีกาข้อ ข. เป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ทั้งข้อ กและขต้องห้ามฎีกา จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้พนักงานอัยการได้นำคดีมาฟ้องต่อศาล โดยที่พนักงานสอบสวนเจ้าของท้องที่มิได้สอบสวนและตั้งข้อหา ความผิด จึงเป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 และเป็นการฟ้องผิดศาลอันฝ่าฝืนพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ถือว่าฟ้องของโจทก์เป็นโมฆะ ศาลต้องยกฟ้อง ดังนี้แม้ว่าจำเลย จะมิได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมากล่าวกันในศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ก็ตาม

จำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นมาให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ชี้ขาดได้ ซึ่งหากศาลไม่วินิจฉัยข้อผิดพลาดและฝ่าฝืนกฎหมาย ของโจทก์ ย่อมจะเป็นการคลาดเคลื่อนต่อหลักความยุติธรรมอย่างยิ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 52)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83จำคุก 5 ปี แต่เนื่องจาก ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่มากมีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 51)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาข้อ

ก. เกี่ยวกับอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนและอำนาจฟ้องของโจทก์นั้น เห็นว่าคำฟ้องระบุสถานที่เกิดเหตุไว้โดยชัดแจ้งซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงการสอบสวนและการฟ้องต่อศาลซึ่งกระทำโดยชอบตามกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลย จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบด้วยประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยในข้อนี้นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up