เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ภาษีที่โจทก์เรียกร้องสูงกว่าความเป็นจริงและขัดต่อกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 160,617.66บาท แก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 18 และมาตรา 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วนั้นเป็นหลักในการคำนวณภาษี ซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมา ดังนี้ทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในปี 2538 จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องยื่นรายการทรัพย์สินภายในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2539 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการประเมินและแจ้งจำนวนภาษีที่ต้องชำระไปยังจำเลย
ภาษีดังกล่าวเรียกว่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2539 ที่โจทก์ระบุปีภาษี 2539 โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วมาคำนวณตามแบบแจ้งรายการจึงชอบด้วยกฎหมายแล้วฟ้องโจทก์แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้นจำเลยได้รับแจ้งคำชี้ขาดการประเมินค่ารายปี และค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2540 หากจำเลยยังไม่พอใจคำชี้ขาดก็อาจนำคดีไปสู่ศาลเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้องได้แต่ต้องทำภายในสามสิบวันนับแต่วันรับแจ้งความให้ทราบคำชี้ขาดตามมาตรา 31 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475เมื่อจำเลยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 31 วรรคหนึ่ง
จำเลยจึงไม่มีสิทธิโต้แย้งต่อศาลได้ว่า การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินไม่ชอบ ในการโต้แย้งนั้นไม่ว่าผู้รับประเมินจะอยู่ในฐานะโจทก์หรือจำเลย ผู้รับประเมินก็หมดสิทธิดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องจำนวนห้องพักที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโรงแรมของจำเลยมีห้องพักเพียงจำนวน 119 ห้องไม่ใช่จำนวน 124 ห้องดังที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ประเมินนั้น เห็นว่า ตามแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2539 เอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 9ระบุว่าโรงแรมของจำเลยมี 119 ห้อง นายทองปนเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ของโจทก์ก็เบิกความว่าโรงแรมของจำเลยมีห้องพักจำนวน 119 ห้อง เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยชำระค่าภาษีตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ประเมินภาระการพิสูจน์จึงตกแก่โจทก์ต้องนำสืบให้ประจักษ์ว่า
การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมายเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโรงแรมของจำเลยมีห้องพักจำนวน 119 ห้อง การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์นำห้องพักรวมจำนวน 124 ห้องมาคำนวณค่ารายปีและค่าภาษีจึงเกินกว่าจำนวนห้องพักที่มีอยู่จริง การคำนวณค่ารายปีและค่าภาษีในส่วนที่เกินไปจำนวน 5 ห้อง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย"
Result
พิพากษายืน