Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58732)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมลงแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ทนายผู้ร้องหาหลักฐานเกี่ยวกับ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 มาแสดงต่อศาลภายใน 7 วัน ผู้ร้องได้ตรวจสอบภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 พบว่าจำเลยที่ 1มีภูมิลำเนาอยู่ ณ บ้านเลขที่ 7/5 หมู่ที่ 4 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร แต่ปรากฏว่าในทะเบียน บ้านดังกล่าวระบุว่า จำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมไปแล้วรายละเอียดปรากฏตามเอกสารท้ายคำร้อง ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งในการดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปหมายเหตุ โจทก์และจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1865 เลขที่ดิน 92 หน้าสำรวจ 298 ตำบลอนุสาวรีย์ (กูบแดง) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดง ที่ 9387/2529 ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินพิพาทจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัด พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ผู้ได้กรรมสิทธิ์ ในที่ดินพิพาทตามคำสั่งศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดง ที่ 23115/2531 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป คำสั่งศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ 9387/2529ที่แสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1ไม่มีผลผูกพันโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และ บริวารออกจากที่ดินพิพาทจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ โดยให้จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การแก้คดี แล้วพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดีโจทก์ฎีกา (อันดับ 122) ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่เดินหมายรายงานว่า ส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทนายผู้ร้องยื่นคำร้อง (คำแถลง) นี้ ศาลชั้นต้น สั่งว่า ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ ระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย จึงไม่สามารถส่งหมายนัด ไต่สวนให้จำเลยที่ 1 ได้ ให้นัดไต่สวนคำร้องของ ผู้ร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นนัดไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณา (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 11,15)คำสั่งจำเลยที่ 1 มิใช่คู่ความในชั้นฎีกา กรณีไม่จำต้อง ส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยที่ 1 อีก ให้ยกคำแถลง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1772/2537นายประยูร มณีอินทร์โจทก์นางสุดใจ เอี่ยมทัศน์ กับพวกจำเลยนายศานิต รุ่งจรูญ ทนายผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 1 (11), ม. 74, ม. 76, ม. 79ความว่า เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมลงแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ทนายผู้ร้องหาหลักฐานเกี่ยวกับ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 มาแสดงต่อศาลภายใน 7 วัน ผู้ร้องได้ตรวจสอบภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 พบว่าจำเลยที่ 1มีภูมิลำเนาอยู่ ณ บ้านเลขที่ 7/5 หมู่ที่ 4 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร แต่ปรากฏว่าในทะเบียน บ้านดังกล่าวระบุว่า จำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมไปแล้วรายละเอียดปรากฏตามเอกสารท้ายคำร้อง ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งในการดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปหมายเหตุ โจทก์และจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1865 เลขที่ดิน 92 หน้าสำรวจ 298 ตำบลอนุสาวรีย์ (กูบแดง) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดง ที่ 9387/2529 ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินพิพาทจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัด พิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ผู้ได้กรรมสิทธิ์ ในที่ดินพิพาทตามคำสั่งศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดง ที่ 23115/2531 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป คำสั่งศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ 9387/2529ที่แสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1ไม่มีผลผูกพันโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และ บริวารออกจากที่ดินพิพาทจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่

ศาลชั้นต้นไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ โดยให้จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การแก้คดี แล้วพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดีโจทก์ฎีกา (อันดับ 122) ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่เดินหมายรายงานว่า ส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทนายผู้ร้องยื่นคำร้อง (คำแถลง) นี้ ศาลชั้นต้น สั่งว่า ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ ระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย จึงไม่สามารถส่งหมายนัด ไต่สวนให้จำเลยที่ 1 ได้ ให้นัดไต่สวนคำร้องของ ผู้ร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นนัดไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณา (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 11,15)คำสั่งจำเลยที่ 1 มิใช่คู่ความในชั้นฎีกา กรณีไม่จำต้อง ส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยที่ 1 อีก ให้ยกคำแถลง

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up