Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58677)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนว่าจำเลยได้รถยนต์ของผู้เสียหายมาอย่างไร จึงเป็นข้อพิรุธนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่ต้องนำสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 187)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก วางโทษจำคุก 4 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 181)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยรับไว้และช่วยจำหน่ายรถยนต์ของผู้เสียหายโดยรู้อยู่ว่าเป็น ทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยฎีกา มาเป็นสำคัญว่านอกจากโจทก์สืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยรับรถยนต์ ของผู้เสียหายมาอย่างไรแล้ว ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่า เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ด้วยดังนี้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทมาตราดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1220/2537พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายประหยัด ชินภักดีจำเลยนายประหยัด ชินภักดี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนว่าจำเลยได้รถยนต์ของผู้เสียหายมาอย่างไร จึงเป็นข้อพิรุธนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่ต้องนำสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 187)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก วางโทษจำคุก 4 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 181)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยรับไว้และช่วยจำหน่ายรถยนต์ของผู้เสียหายโดยรู้อยู่ว่าเป็น ทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์

จำเลยฎีกา มาเป็นสำคัญว่านอกจากโจทก์สืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยรับรถยนต์ ของผู้เสียหายมาอย่างไรแล้ว ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่า เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ด้วยดังนี้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทมาตราดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up