Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58674)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสองเห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทโฉนดที่ 7265 ตามเอกสาร จ.10 มิใช่ทรัพย์มรดกของ นางชื่น เป็นการวินิจฉัยขัดแย้งกับบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600 จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาล ต้องรับไว้พิจารณา และการที่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอเพิกถอนคำพิพากษา ของศาลนั้น เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และเป็นการฟ้องขอ ให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ย่อมฎีกาได้ ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 151/2533 ที่พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 7265 ตำบลโรงช้างอำเภอพรหมบุรีจังหวัดสิงห์บุรีเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 และให้เพิกถอนการจดทะเบียนให้ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เสีย โดยให้ไปจดทะเบียนเพิกถอน การให้ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรี ต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ นั่งพิจารณาคดีรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งนั่ง พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 117,116)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 119)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและทายาทอื่น ขอให้พิพากษา เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 และเพิกถอนการจดทะเบียนการให้ที่ดินพิพาทระหว่าง จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 อันเป็นการเรียกร้องให้ที่ดินพิพาทคืนมาเป็นของ โจทก์ทั้งสองจึงเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็น ราคาเงินได้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทกัน ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดกของนางชื่นสุวรรณวงศ์หรือไม่ว่านางชื่นยกที่ดินพิพาทให้แก่นายเหล็งสุวรรณวงศ์และนายเหล็งยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ดังนั้น ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่าควรเชื่อตาม พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองว่านางชื่นมิได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่นายเหล็ง จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1200/2537นายเสน่ห์ สุวรรณวงศ์ กับพวกโจทก์นางชำเรือง ชาวสวน กับพวกจำเลยนายเสน่ห์ สุวรรณวงศ์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางบุญสม สร้อยท้วม ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสองเห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทโฉนดที่ 7265 ตามเอกสาร จ.10 มิใช่ทรัพย์มรดกของ นางชื่น เป็นการวินิจฉัยขัดแย้งกับบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600 จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาล ต้องรับไว้พิจารณา และการที่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอเพิกถอนคำพิพากษา ของศาลนั้น เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และเป็นการฟ้องขอ ให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ย่อมฎีกาได้ ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 151/2533 ที่พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 7265 ตำบลโรงช้างอำเภอพรหมบุรีจังหวัดสิงห์บุรีเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 และให้เพิกถอนการจดทะเบียนให้ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เสีย โดยให้ไปจดทะเบียนเพิกถอน

การให้ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรี ต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ นั่งพิจารณาคดีรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งนั่ง พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 117,116)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 119)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและทายาทอื่น ขอให้พิพากษา เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 และเพิกถอนการจดทะเบียนการให้ที่ดินพิพาทระหว่าง จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 อันเป็นการเรียกร้องให้ที่ดินพิพาทคืนมาเป็นของ

โจทก์ทั้งสองจึงเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็น ราคาเงินได้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทกัน ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดกของนางชื่นสุวรรณวงศ์หรือไม่ว่านางชื่นยกที่ดินพิพาทให้แก่นายเหล็งสุวรรณวงศ์และนายเหล็งยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ดังนั้น

ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่าควรเชื่อตาม พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองว่านางชื่นมิได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่นายเหล็ง จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ชลอ บุณยเนตร · สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up