คำฟ้องและคำให้การ
คดีทั้งสองสำนวนนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๔ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทโอเชี่ยนฟิล์ม จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์
ศาลชั้นต้นอนุญาต ระหว่างสืบพยานโจทก์ร่วม ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ทำสัญญาประนีประนอมยอมความมูลหนี้ตามเช็คพิพาทกับโจทก์ (หมายถึงโจทก์ร่วม)ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๓๓๘๔/๒๕๓๙ คดีหมายเลขแดงที่ ๓๓๖๑/๒๕๔๐ ของศาลแพ่งธนบุรี ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี
โจทก์ร่วมอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ร่วมฎีกาทั้งสองสำนวน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาทได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งต่อศาลแพ่งธนบุรีและคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว มูลหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นอันสิ้นผลผูกพัน คดีจึงเลิกกันสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๔ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ร่วมไว้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
Result
พิพากษายกฎีกาโจทก์ร่วม.