Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58617)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มิได้ร่วมเล่นแชร์ด้วยโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2ร่วมเล่นแชร์ด้วย เป็นการนอกเหนือวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 ให้รับผิดเป็นการส่วนตัวฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 3ซึ่งเป็นนิติบุคคลได้กระทำการนอกขอบเขตวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในฐานะส่วนตัวนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 80,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2533จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (7 ธันวาคม 2533) ให้ไม่เกิน 1,500 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 103) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104) คำสั่ง คดีนี้เป็นคดีที่จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2สั่งจ่ายเช็คพิพาทแทนจำเลยที่ 3 โดยไม่ได้กระทำในฐานะส่วนตัวที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ร่วมสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ในฐานะส่วนตัวเป็นฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงต้องห้ามตามห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่งส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าตามที่จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายเช็คพิพาทเป็นการกระทำนอกขอบเขตวัตถุประสงค์หรืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 3 ทำให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นการส่วนตัวนั้น ฎีกาของโจทก์ข้อนี้เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ให้ยกคำร้องค่าคำร้องให้เป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 592/2537นางวันธนา จิรยาภากรโจทก์นายชูเกียรติ เอนกภูริธนังหรือ นายเตียงคิ้ม แซ่แต้ กับพวกจำเลยนายทวี ลีศิริชัยกุล ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249 ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มิได้ร่วมเล่นแชร์ด้วยโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2ร่วมเล่นแชร์ด้วย เป็นการนอกเหนือวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 ให้รับผิดเป็นการส่วนตัวฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 3ซึ่งเป็นนิติบุคคลได้กระทำการนอกขอบเขตวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในฐานะส่วนตัวนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 80,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2533จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (7 ธันวาคม 2533) ให้ไม่เกิน 1,500 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 103) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104) คำสั่ง คดีนี้เป็นคดีที่จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2สั่งจ่ายเช็คพิพาทแทนจำเลยที่ 3 โดยไม่ได้กระทำในฐานะส่วนตัวที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ร่วมสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ในฐานะส่วนตัวเป็นฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงต้องห้ามตามห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่งส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าตามที่จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายเช็คพิพาทเป็นการกระทำนอกขอบเขตวัตถุประสงค์หรืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 3 ทำให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นการส่วนตัวนั้น ฎีกาของโจทก์ข้อนี้เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ให้ยกคำร้องค่าคำร้องให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment No. 38/2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนของหมั้นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ราคา 32,500 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินสินสอดจำนวน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up