Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58615)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 1 ถึงข้อ 3 ที่ว่าศาลแรงงานกลางได้รับฟังพยานหลักฐานตรงข้ามกับพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และอุทธรณ์ข้อ 4ในประเด็นที่ว่า ศาลแรงงานกลางได้พิพากษาเกินคำขอของโจทก์ที่ 1 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 78) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 12,160 บาท ค่าชดเชยจำนวน34,200 บาท และค่าจ้างค้างจำนวน 11,020 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 4 พฤษภาคม 2536) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้แก่โจทก์ที่ 1และให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการ บอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 11,413.33 บาท และ ค่าชดเชยจำนวน 32,100 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 4 พฤษภาคม 2536) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ที่ 2 กับให้จำเลย ออกใบสำคัญแสดงการผ่านงานให้โจทก์ทั้งสอง ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 62) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 1 ว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังคำเบิกความของโจทก์ทั้งสองประกอบคำเบิกความ ของพยานโจทก์เฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์แก่โจทก์ โดยมิได้วินิจฉัยถึงข้อพิรุธของพยานด้วย พยานโจทก์ เบิกความขัดกันเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ ทั้งเป็นพวกเดียวกัน ย่อมต้องเบิกความช่วยเหลือโจทก์ พยานจำเลยมีน้ำหนัก ดีกว่าและเชื่อว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ อุทธรณ์ในข้อ 2 ว่า จากคำเบิกความของนายนริศเห็นได้ว่าการสั่งซื้ออะไหล่ของโจทก์ที่ 1 มิได้กระทำตามระเบียบของบริษัท และการสั่งซื้อสายไฟเกินความจำเป็นจะต้องใช้ นางรัชนกเบิกความว่า เหตุที่จำเลยสั่งให้พยานเข้าควบคุมดูแลศูนย์บริการเนื่องจากมีลูกค้าร้องเรียน เกี่ยวกับการทุจริตในการซ่อมรถ โจทก์ที่ 2 ก็เบิกความ รับว่า โจทก์ที่ 1 เคยมีปากเสียงกับพยานเนื่องจากการ เข้ามาควบคุมดูแล จึงเชื่อว่าโจทก์ที่ 1 ทุจริต และอุทธรณ์ในข้อ 3 ว่า พยานโจทก์ต่างเบิกความรับว่า โจทก์ที่ 1 มีโต๊ะประจำตำแหน่งและใช้โต๊ะนี้เก็บเอกสาร จึงเชื่อว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้เก็บรักษากุญแจโต๊ะไว้ เห็นว่าอุทธรณ์ ของ จำเลยที่ 3 ข้อ ดังกล่าว เป็นการโต้แย้งดุลพินิจ ในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนที่ จำเลยอุทธรณ์ใน ข้อ 4 ว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยออก ใบรับรอง การผ่านงานแก่โจทก์ที่ 1 เป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า ตามคำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์ที่ 1 ได้ขอให้จำเลย ออกใบสำคัญการผ่านงานแก่โจทก์ที่ 1 ด้วย ดังนั้น อุทธรณ์ของ จำเลยในข้อนี้แท้ที่จริงจึงเป็นการโต้แย้ง ว่าโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ มีคำขอดังกล่าว อันเป็นอุทธรณ์ ในข้อเท็จจริงเช่นกันอุทธรณ์ของ จำเลยทุกข้อจึงต้องห้าม มิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 581 - 582/2537นายศักดิ์ชัย ศรีเดชะวิวัฒน์โจทก์บริษัทเบนซ์พระราม 9 เซอร์วิสเซ็นเตอร์ จำกัดจำเลยบริษัทเบนซ์พระราม 9 เซอร์วิสเซ็นเตอร์ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54 ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 1 ถึงข้อ 3 ที่ว่าศาลแรงงานกลางได้รับฟังพยานหลักฐานตรงข้ามกับพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และอุทธรณ์ข้อ 4ในประเด็นที่ว่า

ศาลแรงงานกลางได้พิพากษาเกินคำขอของโจทก์ที่ 1 เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 78) คดีทั้งสองสำนวนนี้

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 12,160 บาท ค่าชดเชยจำนวน34,200 บาท และค่าจ้างค้างจำนวน 11,020 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 4 พฤษภาคม 2536) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้แก่โจทก์ที่ 1และให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการ บอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 11,413.33 บาท และ ค่าชดเชยจำนวน 32,100 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 4 พฤษภาคม 2536) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ที่ 2 กับให้จำเลย ออกใบสำคัญแสดงการผ่านงานให้โจทก์ทั้งสอง ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 62) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 1 ว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังคำเบิกความของโจทก์ทั้งสองประกอบคำเบิกความ ของพยานโจทก์เฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์แก่โจทก์ โดยมิได้วินิจฉัยถึงข้อพิรุธของพยานด้วย พยานโจทก์ เบิกความขัดกันเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ ทั้งเป็นพวกเดียวกัน ย่อมต้องเบิกความช่วยเหลือโจทก์ พยานจำเลยมีน้ำหนัก ดีกว่าและเชื่อว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ อุทธรณ์ในข้อ 2 ว่า จากคำเบิกความของนายนริศเห็นได้ว่าการสั่งซื้ออะไหล่ของโจทก์ที่ 1 มิได้กระทำตามระเบียบของบริษัท และการสั่งซื้อสายไฟเกินความจำเป็นจะต้องใช้ นางรัชนกเบิกความว่า เหตุที่จำเลยสั่งให้พยานเข้าควบคุมดูแลศูนย์บริการเนื่องจากมีลูกค้าร้องเรียน เกี่ยวกับการทุจริตในการซ่อมรถ

โจทก์ที่ 2 ก็เบิกความ รับว่า โจทก์ที่ 1 เคยมีปากเสียงกับพยานเนื่องจากการ เข้ามาควบคุมดูแล จึงเชื่อว่าโจทก์ที่ 1 ทุจริต และอุทธรณ์ในข้อ 3 ว่า พยานโจทก์ต่างเบิกความรับว่า โจทก์ที่ 1 มีโต๊ะประจำตำแหน่งและใช้โต๊ะนี้เก็บเอกสาร จึงเชื่อว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้เก็บรักษากุญแจโต๊ะไว้ เห็นว่าอุทธรณ์ ของ จำเลยที่ 3 ข้อ ดังกล่าว เป็นการโต้แย้งดุลพินิจ ในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ส่วนที่ จำเลยอุทธรณ์ใน ข้อ 4 ว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยออก ใบรับรอง การผ่านงานแก่โจทก์ที่ 1 เป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า ตามคำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์ที่ 1 ได้ขอให้จำเลย ออกใบสำคัญการผ่านงานแก่โจทก์ที่ 1 ด้วย

ดังนั้น อุทธรณ์ของ จำเลยในข้อนี้แท้ที่จริงจึงเป็นการโต้แย้ง ว่าโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ มีคำขอดังกล่าว อันเป็นอุทธรณ์ ในข้อเท็จจริงเช่นกันอุทธรณ์ของ จำเลยทุกข้อจึงต้องห้าม มิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมิทธิ์ วราอุบล · ชลิต ประไพศาล · สมพงษ์ สนธิเณร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up