Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58610)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยให้การรับสารภาพชั้นพิจารณา ข้อความที่ตัดสินจึงไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาจำเลยว่า เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีของจำเลยมีปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งหากศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว จำเลยอาจได้รับการลดหย่อนโทษ เนื่องจากจำเลยกระทำผิดฐานประมาทและได้บรรเทาผลจากการกระทำผิดจนเป็นที่พอใจแก่ผู้เสียหายแล้ว จึงมีเหตุอันควรที่ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี นี้จะรับรองฎีกาให้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ฐานขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัสลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บริษัทประกันภัยและนายจ้างของจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายและมารดาผู้ตายแล้ว จึงให้ลงโทษสถานเบาความผิดฐานทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย จำคุก 6 ปีความผิดฐานขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงโดยประมาทและแซงรถผู้อื่น ปรับ 800 บาท รวมจำคุก 6 ปีปรับ 800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี ปรับ 400 บาท เนื่องจากศาลลงโทษสถานเบาแล้ว จึงไม่รอการลงโทษให้ ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 30)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยให้จำคุก 3 ปี และปรับ 400 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 318 วรรคแรก การอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221เป็นอำนาจเฉพาะตัว เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 570/2537พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรีโจทก์นายเสริมศักดิ์ แก้วประถมจำเลยนายสิระ ปลอดเปลียว ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรก, ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยให้การรับสารภาพชั้นพิจารณา ข้อความที่ตัดสินจึงไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาจำเลยว่า เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีของจำเลยมีปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งหากศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว จำเลยอาจได้รับการลดหย่อนโทษ เนื่องจากจำเลยกระทำผิดฐานประมาทและได้บรรเทาผลจากการกระทำผิดจนเป็นที่พอใจแก่ผู้เสียหายแล้ว จึงมีเหตุอันควรที่ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดี นี้จะรับรองฎีกาให้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ฐานขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัสลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บริษัทประกันภัยและนายจ้างของจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายและมารดาผู้ตายแล้ว จึงให้ลงโทษสถานเบาความผิดฐานทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย จำคุก 6 ปีความผิดฐานขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงโดยประมาทและแซงรถผู้อื่น ปรับ 800 บาท รวมจำคุก 6 ปีปรับ 800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี ปรับ 400 บาท เนื่องจากศาลลงโทษสถานเบาแล้ว จึงไม่รอการลงโทษให้ ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 30)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยให้จำคุก 3 ปี และปรับ 400 บาท

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 318 วรรคแรก การอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221เป็นอำนาจเฉพาะตัว เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4257/2566

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาในปัญหาดังกล่าว จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up