Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58581)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา2 คน พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์รับรองฎีกา ผู้พิพากษาคนเดียวมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงให้ยกคำร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า การพิจารณาคำร้องขอให้รับรองฎีกานั้นจะต้องมีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สองคนเป็นองค์คณะพิจารณาแต่ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ปรากฏว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เพียงคนเดียวเป็นผู้พิจารณาสั่งคำร้องของ จำเลย ทั้งที่ตามคำร้องดังกล่าวได้ขอให้ผู้พิพากษาทั้งสองคนรับรองฎีกาดังนั้นคำสั่งเรื่องรับรองฎีกาจึงไม่ถูกต้องตามกระบวนวิธีพิจารณาความ และศาลชั้นต้นควรรอการสั่งฎีกาไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลคำสั่งการรับรองฎีกาของจำเลย โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของผู้พิพากษาที่ไม่รับรองฎีกาแล้วให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อีกคนหนึ่งพิจารณารับรองฎีกาของจำเลยด้วยและให้กลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยให้ศาลชั้นต้นรอฟังคำสั่งเกี่ยวกับการขอรับรองฎีกาของจำเลยต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 201)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 1777 ตำบลชะอำอำเภอชะอำจังหวัดเพชรบุรีให้โจทก์เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวาตามกรอบเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องให้แก่โจทก์หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์รับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์คนเดียวมีคำสั่งไม่รับรองฎีกาและศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 184,181,187)จำเลยจึงยื่นคำร้องสอบฉบับนี้ (อันดับ 190,192)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การพิจารณาคำร้องขอให้รับรองฎีกานั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ได้บัญญัติถึงข้อยกเว้นของคดีที่ต้องห้าม ฎีกาในข้อเท็จจริง จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ต้องเป็นกรณีที่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้ง หรือผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรจะฎีกาได้ ฯลฯซึ่งในการสั่งคำร้องดังกล่าว เป็นอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 21(2) หาจำต้องประกอบด้วยองค์คณะของการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีไม่ เมื่อตามคำร้องขอให้รับรองในข้อเท็จจริงเป็นการขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งสองคนรับรองนั้นไม่เป็นการแน่ชัดว่าจะขอให้คนใดรับรอง ดังนั้นการที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คนใดคนหนึ่งได้พิจารณาคำร้องของ จำเลยแล้วก็ต้องถือว่าได้พิจารณา คำขอตามคำร้องนั้นเป็นการครบถ้วนแล้ว การที่นายอำนวย หมวดเมืองผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์คนเดียวมีคำสั่งดังกล่าวจึงชอบแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องส่งไปให้ผู้พิพากษาคนอื่นพิจารณาสั่งอีก และเมื่อฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงและไม่มีการรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้และแม้จะมีคำร้องของจำเลยลงวันที่ 17 ธันวาคม 2536 ขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อีกคนหนึ่งรับรองฎีกาของจำเลยก็ตาม แต่ก็เป็นการขอให้รับรอง เมื่อล่วงเลยกำหนดระยะเวลาที่จะฎีกาได้ ดังนี้การที่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้วเช่นกันให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่เสียเกิน 160 บาทให้จำเลย และคืนค่าขึ้นศาลในส่วนของคำฟ้องฎีกาให้จำเลยทั้งหมดด้วย

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 247 ป.วิ.พ. Section 248 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม Section 21

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 479 - 480/2537นายฮวด ตันฑวงศ์โจทก์นางประนอม ภัทรธิยานนท์จำเลยนางประนอม ภัทรธิยานนท์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 247, ม. 248 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 21 (2)ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา2 คน พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์รับรองฎีกา ผู้พิพากษาคนเดียวมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงให้ยกคำร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า การพิจารณาคำร้องขอให้รับรองฎีกานั้นจะต้องมีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สองคนเป็นองค์คณะพิจารณาแต่ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ปรากฏว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เพียงคนเดียวเป็นผู้พิจารณาสั่งคำร้องของ จำเลย ทั้งที่ตามคำร้องดังกล่าวได้ขอให้ผู้พิพากษาทั้งสองคนรับรองฎีกาดังนั้นคำสั่งเรื่องรับรองฎีกาจึงไม่ถูกต้องตามกระบวนวิธีพิจารณาความ และศาลชั้นต้นควรรอการสั่งฎีกาไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลคำสั่งการรับรองฎีกาของจำเลย

โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของผู้พิพากษาที่ไม่รับรองฎีกาแล้วให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อีกคนหนึ่งพิจารณารับรองฎีกาของจำเลยด้วยและให้กลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยให้ศาลชั้นต้นรอฟังคำสั่งเกี่ยวกับการขอรับรองฎีกาของจำเลยต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 201)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 1777 ตำบลชะอำอำเภอชะอำจังหวัดเพชรบุรีให้โจทก์เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวาตามกรอบเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องให้แก่โจทก์หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์รับรองฎีกา

ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์คนเดียวมีคำสั่งไม่รับรองฎีกาและศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 184,181,187)จำเลยจึงยื่นคำร้องสอบฉบับนี้ (อันดับ 190,192)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การพิจารณาคำร้องขอให้รับรองฎีกานั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ได้บัญญัติถึงข้อยกเว้นของคดีที่ต้องห้าม ฎีกาในข้อเท็จจริง จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ต้องเป็นกรณีที่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้ง หรือผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรจะฎีกาได้ ฯลฯซึ่งในการสั่งคำร้องดังกล่าว เป็นอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 21(2)

หาจำต้องประกอบด้วยองค์คณะของการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีไม่ เมื่อตามคำร้องขอให้รับรองในข้อเท็จจริงเป็นการขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งสองคนรับรองนั้นไม่เป็นการแน่ชัดว่าจะขอให้คนใดรับรอง ดังนั้นการที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คนใดคนหนึ่งได้พิจารณาคำร้องของ จำเลยแล้วก็ต้องถือว่าได้พิจารณา คำขอตามคำร้องนั้นเป็นการครบถ้วนแล้ว การที่นายอำนวย หมวดเมืองผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์คนเดียวมีคำสั่งดังกล่าวจึงชอบแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องส่งไปให้ผู้พิพากษาคนอื่นพิจารณาสั่งอีก และเมื่อฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงและไม่มีการรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้และแม้จะมีคำร้องของจำเลยลงวันที่ 17 ธันวาคม 2536 ขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อีกคนหนึ่งรับรองฎีกาของจำเลยก็ตาม แต่ก็เป็นการขอให้รับรอง

เมื่อล่วงเลยกำหนดระยะเวลาที่จะฎีกาได้ ดังนี้การที่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้วเช่นกันให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่เสียเกิน 160 บาทให้จำเลย และคืนค่าขึ้นศาลในส่วนของคำฟ้องฎีกาให้จำเลยทั้งหมดด้วย

Matter details

Panel of judges
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

Supreme Court Judgment No. 10927/2557

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์เพิ่มเติมจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามา แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่โจทก์เสียเกินมา และ…

Supreme Court Judgment No. 10565/2557

เดิมจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้สร้างรั้วคอนกรีตล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสอง แต่หลังจากที่มีการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินจนทราบว่าจำเลยสร้างรั้วล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสองแล้ว จำเลยขอแก้ไขคำให้การเด…

Supreme Court Judgment No. 875/2551

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์" มาตรา 6 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up