Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58576)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ครอบครองทำกิน ในที่ดินพิพาท โจทก์มิได้มีเจตนาจะเข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ แต่เป็นการครอบครองแทนจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และ คดีนี้ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 507ตำบลลำพาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เพิกถอนชื่อจำเลยทั้งสองออกจากสารบบที่ดินแปลงดังกล่าวห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไปคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยทั้งสอง ออกจาก น.ส.3 เลขที่ 507นั้นเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 104) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง ให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ย เป็นการครอบครองแทนจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่ได้สิทธิครอบครอง ในที่ดินพิพาทนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยทั้งสอง ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิเคราะห์พยานหลักฐานคลาดเคลื่อน ไม่ควรจะฟังว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แต่ควรจะ ฟังว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทนั้น ก็เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 467/2537นายแหงม ฆารดาโจทก์นายอินทร์หรือทองอินทร์ มัชชิมะหรือยนต์วิลาศ กับพวกจำเลยนายทองอินทร์ ยนต์วิลาศ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสมจิตร มัชฉิมะรัตน์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคหนึ่ง ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ครอบครองทำกิน ในที่ดินพิพาท โจทก์มิได้มีเจตนาจะเข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ แต่เป็นการครอบครองแทนจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และ คดีนี้ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 507ตำบลลำพาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เพิกถอนชื่อจำเลยทั้งสองออกจากสารบบที่ดินแปลงดังกล่าวห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไปคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยทั้งสอง ออกจาก น.ส.3 เลขที่ 507นั้นเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 104) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง ให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ย เป็นการครอบครองแทนจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่ได้สิทธิครอบครอง ในที่ดินพิพาทนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยทั้งสอง ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิเคราะห์พยานหลักฐานคลาดเคลื่อน ไม่ควรจะฟังว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แต่ควรจะ ฟังว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทนั้น ก็เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อุดม มั่งมีดี · จเร อำนวยวัฒนา · สุชาติ ถาวรวงษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up