Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58565)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นฎีกา เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2536 พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรจะฎีกา ให้ยกคำร้อง หากจำเลยที่ 2ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วันจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรจะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และคดีนี้มีทุนทรัพย์สูงถึง 4,350,000 บาท ซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่เนื่องด้วยจำเลยที่ 2 มีฐานะยากจนและยังมีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรสาวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่เกิดกับจำเลยที่ 1 ที่ทิ้งร้างไปตั้งแต่บุตรสาวยังเป็นทารกจำเลยที่ 2จึงไม่สามารถที่จะหาเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลในชั้นฎีกาได้ ขอศาลฎีกาได้โปรดอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 172)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 3160ตำบลทรงคนอง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเจ้าพนักงานออกให้แก่จำเลยที่ 1 และในขณะนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 เป็นโมฆะ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนยกให้ระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กับนิติกรรมการจดทะเบียนขายระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ในโฉนดที่ดินเลขที่ 3160 ตำบลทรงคนอง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จำนวนเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา และให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานโอนที่ดินแปลงดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ทั้ง 2 ทันที และให้โจทก์ทั้ง 2 มีกรรมสิทธิ์เช่นเดิม หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนตัวจำเลยที่ 1 ห้ามจำเลยทั้ง 4 และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษาว่าใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 3160ตำบลทรงคะนอง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเจ้าพนักงานออกให้แก่จำเลยที่ 1 และขณะนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นโมฆะ และให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนยกให้ ระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 กับนิติกรรมการจดทะเบียนขายระหว่าง จำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 เสีย กับให้จำเลยที่ 1ไปจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ทั้งสองทันทีโดยให้โจทก์ทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และห้ามจำเลย ทั้งสี่และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวต่อไปศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา(อันดับ 155)จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอ (ที่ถูกคำร้อง)อ้างเหตุว่า คดีไม่มีเหตุสมควรจะฎีกาหากจำเลยที่ 2 ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน(อันดับ 160,159)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 2 และโจทก์นำสืบโต้แย้งกันในเรื่องที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยสุจริตหรือไม่ แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะเชื่อพยานหลักฐานของโจทก์ เมื่อคดีของจำเลยที่ 2 ไม่ต้องห้ามฎีกาก็ไม่อาจถือได้ว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรจะฎีกาตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจึงให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาคำร้องที่จำเลยที่ 2 ขอฎีกาอย่างคนอนาถาแล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 379/2537นางหวิง จันทร์หอม กับพวกโจทก์นายปรีชา จันทร์หอม กับพวกจำเลยนางประทุม โพธิ์แดง จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นฎีกา เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2536 พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรจะฎีกา ให้ยกคำร้อง หากจำเลยที่ 2ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วันจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรจะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และคดีนี้มีทุนทรัพย์สูงถึง 4,350,000 บาท ซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่เนื่องด้วยจำเลยที่ 2 มีฐานะยากจนและยังมีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรสาวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่เกิดกับจำเลยที่ 1 ที่ทิ้งร้างไปตั้งแต่บุตรสาวยังเป็นทารกจำเลยที่ 2จึงไม่สามารถที่จะหาเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลในชั้นฎีกาได้ ขอศาลฎีกาได้โปรดอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 172)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 3160ตำบลทรงคนอง

อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเจ้าพนักงานออกให้แก่จำเลยที่ 1 และในขณะนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 เป็นโมฆะ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนยกให้ระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กับนิติกรรมการจดทะเบียนขายระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ในโฉนดที่ดินเลขที่ 3160 ตำบลทรงคนอง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จำนวนเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา และให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานโอนที่ดินแปลงดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ทั้ง 2 ทันที และให้โจทก์ทั้ง 2 มีกรรมสิทธิ์เช่นเดิม หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนตัวจำเลยที่ 1 ห้ามจำเลยทั้ง 4 และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษาว่าใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 3160ตำบลทรงคะนอง

อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเจ้าพนักงานออกให้แก่จำเลยที่ 1 และขณะนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นโมฆะ และให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนยกให้ ระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 กับนิติกรรมการจดทะเบียนขายระหว่าง จำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 เสีย กับให้จำเลยที่ 1ไปจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ทั้งสองทันทีโดยให้โจทก์ทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และห้ามจำเลย ทั้งสี่และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวต่อไปศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา(อันดับ 155)จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอ (ที่ถูกคำร้อง)อ้างเหตุว่า คดีไม่มีเหตุสมควรจะฎีกาหากจำเลยที่ 2 ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน(อันดับ 160,159)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 2 และโจทก์นำสืบโต้แย้งกันในเรื่องที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยสุจริตหรือไม่ แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะเชื่อพยานหลักฐานของโจทก์ เมื่อคดีของจำเลยที่ 2 ไม่ต้องห้ามฎีกาก็ไม่อาจถือได้ว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรจะฎีกาตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจึงให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาคำร้องที่จำเลยที่ 2 ขอฎีกาอย่างคนอนาถาแล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
ธวัชชัย พิทักษ์พล · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

Supreme Court Judgment No. 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

Supreme Court Judgment No. 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

Supreme Court Judgment No. 5591/2548

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล 1 ใน 2 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่เห็นพ้องด้วยก็ต้องอุทธรณ์คำสั…

Supreme Court Judgment No. 1689/2548

การพิจารณาว่าจะอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้หรือไม่เพียงใดนั้น ศาลต้องพิจารณาสาระสำคัญ 2 ประการคือ ประการแรก คดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์กล่าวอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up