Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58512)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสี่แล้วเห็นว่าเป็นฎีกา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่จำเลยทั้งสี่เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ข้อ 3 และข้อ 4เป็น ปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ประกอบกับคดีนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมกันจึงไม่ต้อง ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสี่ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสี่ออกไปจากที่พิพาทและร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 3ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 2 ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 3ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยที่ 2ผู้มรณะ พร้อมด้วยบริวารออกไปจากที่พิพาท ซึ่งเป็นที่ดินของโจทก์ทั้งสอง พร้อมทั้งให้รื้อถอน เอาต้นอ้อย และทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิมกับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายปีละ 100 บาทนับแต่ปี พ.ศ. 2531 จนกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และบริวารจะออกไปจากที่พิพาทระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ โจทก์ที่ 1 ผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกจาก อสังหาริมทรัพย์จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน สองแสนบาท จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ที่ว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้ง สี่ จำเลยทั้งสี่ได้กรรมสิทธิ์โดยการ ครอบครองปรปักษ์เป็นการโต้เถียงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟัง มาว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้บุกรุก และโจทก์ ฟ้องคดีเกินหนึ่งปีคดีขาดอายุความ นั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเพื่อ นำไป สู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จ จริงเช่นเดียวกัน ต้องห้าม มิให้ฎีกาตาม บทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 140/2537นางแฉล้ม นุชนารถ กับพวกโจทก์นายชั้น พุกพราหม กับพวกจำเลยนายเฉลิม อ่อนสำราญ ทนายจำเลยทั้งสี่ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสี่แล้วเห็นว่าเป็นฎีกา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่จำเลยทั้งสี่เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ข้อ 3 และข้อ 4เป็น ปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ประกอบกับคดีนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมกันจึงไม่ต้อง ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสี่ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสี่ออกไปจากที่พิพาทและร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 3ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 2 ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 3ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยที่ 2ผู้มรณะ พร้อมด้วยบริวารออกไปจากที่พิพาท ซึ่งเป็นที่ดินของโจทก์ทั้งสอง พร้อมทั้งให้รื้อถอน เอาต้นอ้อย และทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิมกับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายปีละ 100 บาทนับแต่ปี พ.ศ. 2531 จนกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และบริวารจะออกไปจากที่พิพาทระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ โจทก์ที่ 1 ผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกจาก อสังหาริมทรัพย์จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน สองแสนบาท จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ที่ว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้ง สี่ จำเลยทั้งสี่ได้กรรมสิทธิ์โดยการ ครอบครองปรปักษ์เป็นการโต้เถียงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟัง มาว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง

ส่วนที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้บุกรุก และโจทก์ ฟ้องคดีเกินหนึ่งปีคดีขาดอายุความ นั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเพื่อ นำไป สู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จ จริงเช่นเดียวกัน ต้องห้าม มิให้ฎีกาตาม บทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · สะสม สิริเจริญสุข · ชัยนาท พันตาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up