Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58488)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ก. ในประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาวินิจฉัย จึงเป็นการรับฟัง พยานหลักฐานที่ไม่ชอบ และฎีกาในข้อ 2 ข. ในประเด็นที่ว่าข้อ ที่จำเลยนำสืบนั้นเป็นการนำสืบนอกคำให้การหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินในเขตเส้นสีน้ำเงินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเนื้อที่ประมาณ 27 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง คำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทนายความแก่โจทก์เป็นเงิน 600 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 114) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117) คำสั่ง ฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ก. ที่ว่าศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาวินิจฉัย เป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบนั้นที่ถูกเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนว่าจะรับฟังได้หรือไม่เพียงใด จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ส่วนฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ข. ที่ว่าข้อนำสืบของจำเลยเป็นการนำสืบนอกคำให้การหรือไม่นั้น แท้จริง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้แล้วว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนัก ดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยโดยเชื่อว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ส่วนที่วินิจฉัยว่าข้อที่จำเลยนำสืบเป็นการนอกคำให้การนั้น เป็นการเกินเลยไป ไม่ทำให้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 23/2537นางสาวปราณี แซ่หุ่นโจทก์นางฮุยเจ็ง ยังภิรมณ์จำเลยนางฮุยเจ็ง ยังภิรมณ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ก. ในประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาวินิจฉัย จึงเป็นการรับฟัง พยานหลักฐานที่ไม่ชอบ และฎีกาในข้อ 2 ข. ในประเด็นที่ว่าข้อ ที่จำเลยนำสืบนั้นเป็นการนำสืบนอกคำให้การหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินในเขตเส้นสีน้ำเงินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเนื้อที่ประมาณ 27 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง คำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทนายความแก่โจทก์เป็นเงิน 600 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ของศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 114) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117) คำสั่ง ฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ก. ที่ว่าศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาวินิจฉัย เป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบนั้นที่ถูกเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนว่าจะรับฟังได้หรือไม่เพียงใด จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ส่วนฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ข. ที่ว่าข้อนำสืบของจำเลยเป็นการนำสืบนอกคำให้การหรือไม่นั้น แท้จริง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้แล้วว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนัก ดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยโดยเชื่อว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ส่วนที่วินิจฉัยว่าข้อที่จำเลยนำสืบเป็นการนอกคำให้การนั้น เป็นการเกินเลยไป ไม่ทำให้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมพงษ์ สนธิเณร · สมศักดิ์ วิธุรัติ · ไพโรจน์ คำอ่อน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up