Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5848/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้ออาคารตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 นั้น เมื่อฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าการกระทำของจำเลยไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามกฎหมายจึงรับฟังไม่ได้ว่ามีกรณีเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะใช้อำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารได้ตามกฎหมาย การที่จำเลยไม่รื้อถอนอาคารจึงไม่มีความผิด ปัญหาว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้รื้อถอนอาคารขอบหรือไม่ ย่อมกระทบกระเทือนถึงความสงบสุขของประชาชนและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ การกระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกหรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อจำเลยต้องโทษถึงจำคุก แม้จะมีโทษปรับด้วย ศาลก็มีอำนาจพิจารณาลงโทษจำคุกจำเลยแต่เพียงสถานเดียวได้.

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 20 ป.วิ.อ. Section 158 ป.วิ.อ. Section 195 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 40 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 67 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 69 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 70

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกันกล่าวคือเมื่อระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน 2528 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม2529 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยก่อสร้างอาคารตึกแถว 3 ชั้น จำนวน 8 ห้องขึ้นเพื่อพาณิชยกรรม โดยจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองและเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารดังกล่าว จำเลยรับทราบคำสั่งในวันที่ 6 สิงหาคม 2528 จำเลยฝ่าฝืนโดยไม่ระงับการก่อสร้างตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารดังกล่าวภายในกำหนด 30 วัน

นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งจำเลยได้รับทราบคำสั่งในวันที่ 14 สิงหาคม 2528 จำเลยบังอาจฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายโดยไม่รื้อถอนอาคารดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับยกเว้นอย่างใดตามกฎหมายเหตุเกิดที่แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร จำเลยเป็นคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 561/2530คดีอาญาหมายเลขดำที่ 1072/2530 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1073/2530ของศาลชั้นต้นขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 21, 40, 42, 65, 67, 69, 70 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526มาตรา 4 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 561/2530คดีอาญาหมายเลขดำที่ 1072/2530 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1073/2530ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 65, 67, 69 และ 70 ลงโทษฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 100,000 บาท ฐานไม่ระงับการก่อสร้างอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจำคุก 1 ปี และฐานไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจำคุก 1 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยแล้ว โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้2 ปี ที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีอื่นให้ยก เพราะคดีนี้ศาลรอการลงโทษจำคุกจำเลยโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต 20,000 บาท จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนฐานไม่ระงับการก่อสร้างอาคารและฐานไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานให้พิพากษายกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารและที่สั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ชอบได้เองหรือไม่และในกรณีที่รับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวศาลจะต้องลงโทษปรับจำเลยตามจำนวนวันที่จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งเสมอไปหรือไม่ สำหรับปัญหาประการแรกที่ว่า จำเลยมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยดำเนินการก่อสร้างตึกแถวพิพาทเมื่อหนังสืออนุญาตหมดอายุแล้ว เป็นกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เจ้าพนักงานท้องถิ่นย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง จำเลยทราบคำสั่งแล้วยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไป จึงมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาประการต่อไปที่ว่า จำเลยมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารหรือไม่และศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ชอบได้เองหรือไม่นั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 42 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการกระทำตามมาตรา 40และการกระทำนั้นไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา 9 หรือ 10ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน..." ได้พิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้ว โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นดังกล่าว จึงรับฟังไม่ได้ว่ามีกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะใช้อำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารได้ตามกฎหมาย

การที่จำเลยไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งดังกล่าวจึงไม่มีความผิด ปัญหาในข้อที่ว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้รื้อถอนอาคารชอบหรือไม่ ย่อมกระทบกระเทือนถึงความสงบสุขของประชาชนและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วนปัญหาประการสุดท้ายที่ว่า ศาลจะต้องลงโทษปรับจำเลยตามจำนวนวันที่จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งเสมอไปหรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีที่จำเลยกระทำความผิดอันเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรม หรือเป็นการกระทำในทางการค้าเพื่อให้เช่าให้เช่าซื้อขาย หรือจำหน่ายโดยมีค่าตอบแทนซึ่งอาคาร ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติ

ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่งต้องระวางโทษปรับวันละห้าร้อยบาทตามมาตรา 67 ผู้ดำเนินการต้องระวางโทษเป็นสองเท่าตามมาตรา 69 แต่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 70 ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการกระทำอันเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรม...ฯลฯ...ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นสิบเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ หรือทั้งจำทั้งปรับ" ความผิดของจำเลยในคดีนี้มีโทษถึงจำคุกถึงแม้ว่าจะมีโทษปรับด้วย ศาลก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแต่เพียงสถานเดียวได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง, 67, 69, 70 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2738/2526

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีบทลงโทษให้ปรับเป็นรายวันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ มาตรา 67,69, และ 70 โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานนี้ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1ถึงวันท…

Supreme Court Judgment No. 8243/2544

พระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ มาตรา 65 วรรคสองและมาตรา 67 วรรคสอง บัญญัติโทษของผู้ฝ่าฝืนโดยให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องสำหรับความผิดฐานดัดแปลงอาคา…

Supreme Court Judgment No. 210/2536

โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ในตอนต้นแล้วว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดหลายกรรม แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตราอันเป็นบทลงโทษไว้ด้วยก็เห็นเจตนาได้ว่าข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพแล้วนั้นเป็นเรื่องที่โจทก์…

Supreme Court Judgment No. 3524/2535

จำเลยปลูกสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ เป็นการกระทำความผิดสำเร็จแล้วกรรมหนึ่ง เมื่อใบอนุญาตหมดอายุแล้วจำเลยไม่ต่อใบอนุญาตก่อสร้างแต่ยังคงก่อสร้างต่อไปอีกย่อมเป็น…

Supreme Court Judgment No. 3134/2528

บทบัญญัติมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522 หมายความว่าผู้ใดก็ตามที่จัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณก็ดีผิดไปจากแบบแปลนก็ดีผิดไปจากรายการประกอบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up