Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58418)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดเพราะจำเลยมีหลักทรัพย์ไว้กับโจทก์มีราคาประเมินถึงสองล้านกว่าบาทโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 78 แผ่นที่ 7)จำเลยขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 304,674.15 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ในต้นเงิน268,136.44 บาท นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และจำนวน279,598.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จหากจำเลยไม่ใช้ให้นำทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอให้จำเลยรับผิดชดใช้หนี้ส่วนที่ยังขาดอยู่ให้โจทก์จนครบถ้วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 72)ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางศาลเพิ่มตามคำสั่งของศาลชั้นต้น (อันดับ 58,62)คำสั่งถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักทรัพย์ที่จำนองเป็นหลักประกันเพียงพอกับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินตามคำพิพากษาดังกล่าว นับจากวันฟ้องมีกำหนด 5 ปี ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับระหว่างฎีกาหากเห็นว่าไม่เพียงพอก็ให้หาหลักประกันมาเพิ่มให้เพียงพอ ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควร มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2955/2533ธนาคารกสิกรไทย จำกัดโจทก์นายณพสกล บรรจงศิลป์จำเลยนายณพสกล บรรจงศิลป์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า จำเลยยื่นฎีกา โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดเพราะจำเลยมีหลักทรัพย์ไว้กับโจทก์มีราคาประเมินถึงสองล้านกว่าบาทโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 78 แผ่นที่ 7)จำเลยขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 304,674.15 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ในต้นเงิน268,136.44 บาท นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และจำนวน279,598.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงิน 200,000 บาท

นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จหากจำเลยไม่ใช้ให้นำทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอให้จำเลยรับผิดชดใช้หนี้ส่วนที่ยังขาดอยู่ให้โจทก์จนครบถ้วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 72)ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางศาลเพิ่มตามคำสั่งของศาลชั้นต้น (อันดับ 58,62)คำสั่งถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักทรัพย์ที่จำนองเป็นหลักประกันเพียงพอกับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินตามคำพิพากษาดังกล่าว นับจากวันฟ้องมีกำหนด 5 ปี ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับระหว่างฎีกาหากเห็นว่าไม่เพียงพอก็ให้หาหลักประกันมาเพิ่มให้เพียงพอ ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควร มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
พินิจ ฉิมพาลี · ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up