Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5841/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์นำสืบแสดงสำเนาเอกสารต่อศาล จำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งว่าโจทก์มิได้ส่งต้นฉบับเอกสารแต่อย่างใด การที่ศาลวินิจฉัยรับฟังตามสำเนาเอกสารดังกล่าว ถือได้ว่าศาลได้อนุญาตให้นำสำเนาเอกสารมาสืบได้ในกรณีไม่สามารถนำต้นฉบับเอกสารมาได้โดยประการอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) แล้ว โดยโจทก์ไม่จำต้องขออนุญาตศาลก่อน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 979,606.68 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 979,606.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 มีว่า การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังพยานเอกสารหมาย จ.9 ของโจทก์ ซึ่งเป็นสำเนาเอกสาร เป็นการรับฟังพยานเอกสารที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เห็นว่า การที่โจทก์นำสืบแสดงสำเนาใบส่งของ ใบจ่ายสินค้าและใบยืมของชั่วคราว เอกสารหมาย จ.9 ต่อศาล จำเลยที่ 1มิได้โต้แย้งหรือนำสืบโต้แย้งว่า โจทก์มิได้ส่งต้นฉบับเอกสารหมาย จ.9 แต่อย่างใด เมื่อศาลวินิจฉัยรับฟังตามสำเนาเอกสารดังกล่าว ถือได้ว่าศาลได้อนุญาตให้นำสำเนาเอกสารมาสืบได้ในกรณีไม่สามารถนำต้นฉบับเอกสารมาได้โดยประการอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) แล้ว โดยโจทก์ไม่จำต้องขออนุญาตศาลก่อน ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการสุดท้ายมีว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระค่าสินค้าตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ โจทก์มีนายเชิดศักดิ์ วรุณวัชรินทร์หุ้นส่วนผู้จัดการเบิกความว่า

เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2540 จำเลยที่ 2 ได้โทรศัพท์มาหาพยานบอกว่า จำเลยที่ 1 ได้รับเหมางานก่อสร้างในค่ายทหารสุรนารีจะให้จำเลยที่ 3เป็นหัวหน้างานของจำเลยที่ 1 และจะเป็นผู้สั่งสินค้าวัสดุก่อสร้างจากโจทก์เช่นเคยปฏิบัติมา หลังจากนั้นจำเลยที่ 3 ได้มาสั่งสินค้าจากโจทก์หลายครั้งโดยช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2540 จำเลยที่ 3 ได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์อีกหลายครั้งรวมเป็นเงิน979,608.68 บาท ตามใบส่งของเอกสารหมาย จ.9 โจทก์ทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามเอกสารหมาย จ.10 แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ส่วนจำเลยที่ 1 นั้นมีจำเลยที่ 2เบิกความว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างช่วงจากจำเลยที่ 1 โดยมีข้อตกลงว่าในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงคนงานนั้นจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดหาด้วยตนเองไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ตามหนังสือสัญญารับเหมาค่าแรงและค่าวัสดุในการก่อสร้างเอกสารหมาย

ล.8 พยานไม่เคยพาจำเลยที่ 3 ไปแนะนำให้โจทก์รู้จักและไม่เคยโทรศัพท์แจ้งให้โจทก์ทราบว่า จะให้จำเลยที่ 3 สั่งซื้อสินค้าในนามของจำเลยที่ 1 หรือตัวแทนของจำเลยที่ 1 เห็นว่าพยานโจทก์เบิกความสมเหตุผล ทั้งโจทก์และจำเลยที่ 1 เคยติดต่อค้าขายกันมาเป็นเวลานานย่อมมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ส่วนจำเลยที่ 3 นั้น ไม่ปรากฏว่าเคยรู้จักหรือร่วมทำธุรกิจกับโจทก์มาก่อน การที่โจทก์จะให้จำเลยที่ 3 ซื้อเชื่อสินค้าของตนไปก่อนเช่นนี้ย่อมเป็นการเสี่ยงต่อการทำธุรกิจของตนยิ่งนัก บุคคลที่กระทำธุรกิจเช่นนี้ย่อมไม่กระทำกัน ประกอบกับข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประมูลการก่อสร้างคลังเก็บสิ่งอุปกรณ์ประเภทที่ 5 ของกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 21และกองพันทหารม้าที่ 8 ค่ายสุรนารี

จังหวัดนครราชสีมา จากกองทัพบกได้ตามสัญญาจ้าง เอกสารหมาย จ.14 อีกทั้งร้อยโทดำรง กันพุดซา ผู้ดูแลผลประโยชน์เกี่ยวกับการก่อสร้างให้แก่กองทัพและนายจรวย แซ่ลิ้ม พยานจำเลยได้เบิกความว่า ที่บริเวณก่อสร้างมีป้ายติดไว้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ก่อสร้างย่อมเป็นที่ทราบแก่บุคคลทั่วไปในจังหวัดนครราชสีมาว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประมูลการก่อสร้างดังกล่าว ถึงแม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับเหมาช่วงจากจำเลยที่ 1 ตามหนังสือสัญญารับเหมาค่าแรงและค่าวัสดุในการก่อสร้างเอกสารหมาย ล.8 ก็ตามก็เป็นเรื่องภายในระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 3 อันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่อาจทราบได้ อีกประการหนึ่งหากจำเลยที่ 3 ได้สั่งสินค้าจากโจทก์ในนามของตนเองจริงแล้ว

โจทก์ก็น่าจะระบุในใบส่งของใบจ่ายสินค้าและใบยืมของชั่วคราวเอกสารหมาย จ.9 ในนามของจำเลยที่ 3 แต่กลับปรากฏว่าโจทก์ระบุชื่อจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่า เหตุที่ระบุชื่อจำเลยที่ 1 เพื่อความสะดวกในการขนวัสดุอุปกรณ์นั้น เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ส่วนกรณีที่จำเลยที่ 1 อ้างเอกสารหมาย จ.7 ว่าข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นการเรียกเก็บเงินจากจำเลยที่ 3โดยตรง ไม่ได้เรียกจากจำเลยที่ 1 โจทก์ย่อมทราบแล้วว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับเหมาช่วงจากจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า เอกสารดังกล่าวไม่อาจชี้ชัดได้ว่าโจทก์ทราบแล้วว่าจำเลยที่ 3มิได้เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 อีกทั้งการไปขอรับเงินจากจำเลยที่ 1 นั้นก็เป็นเวลาภายหลังจากที่โจทก์ได้ส่งวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างให้แก่จำเลยที่ 3 แล้ว

ประกอบกับจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้นำจำเลยที่ 3 มาเบิกความสนับสนุนด้วย ทำให้คำกล่าวอ้างของจำเลยที่ 1 ไม่มีน้ำหนัก พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 สั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างจากโจทก์แทนและในนามของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระค่าสินค้าตามฟ้องแก่โจทก์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 847/2568

จำเลยทั้งเจ็ดคัดค้านว่าสัญญาซื้อขายทรัพย์สินด้อยคุณภาพเป็นสำเนาเอกสารมิใช่ต้นฉบับ ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ และสำเนาเอกสารดังกล่าวปลอมและไม่ถูกต้องตรงกับต้นฉบับ เมื่อศาลให้โอกาสจำเลยทั้งเจ็ดซั…

Supreme Court Judgment No. 5661/2567

แบบขออนุญาตสร้างทางเป็นเพียงแบบพิมพ์ แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่มาเบิกความรับรองนั้น แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์มิได้คัดค้านการนำเอกสารดังกล่าวมาสืบ จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา…

Supreme Court Judgment No. 5037/2565

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้า…

Supreme Court Judgment No. 5375/2561

ขณะที่จำเลยเบิกความอ้างอิงเอกสารหมาย ล.3 เป็นพยานหลักฐานยันโจทก์ โจทก์ไม่ได้คัดค้านการนำเอกสารนี้มาสืบว่าไม่มีต้นฉบับหรือต้นฉบับนั้นปลอมทั้งฉบับหรือบางส่วนหรือสำเนานี้ไม่ถูกต้องกับต้นฉบับ ตามที่บัญญัต…

Supreme Court Judgment No. 14086/2558

แม้ พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 58 วรรคสี่ บัญญัติไว้ว่า ถ้าลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันไม่ให้ความร่วมมือกับ บสท. ในการปรับโครงสร้างหนี้ตามที่ บสท. สั่ง โดยที่ตนอยู่ในฐานะที่จะดำเนินการได…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up