Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58387)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 3เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การพิเคราะห์พยานหลักฐานในการพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปี ฯลฯจำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 87)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยฟังว่าจำเลยที่ 3 รับยางรถยนต์ของกลางไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ 3 ผิดฐานรับของโจร ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ไม่ได้กระทำผิดฐานรับของโจรจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ยังมิได้มีการสอบสวนในข้อหานี้ ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าได้มีการสอบสวนในข้อหานี้แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3จึงเป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจการฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 มานั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2815/2533พนักงานอัยการจังหวัดแพร่โจทก์นายเชิด แหลมทอง กับพวกจำเลยนายพนม ผุดผ่องพรรณ จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 3เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การพิเคราะห์พยานหลักฐานในการพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปี ฯลฯจำเลยที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 87)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยฟังว่าจำเลยที่ 3 รับยางรถยนต์ของกลางไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ 3 ผิดฐานรับของโจร ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ไม่ได้กระทำผิดฐานรับของโจรจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ยังมิได้มีการสอบสวนในข้อหานี้ ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าได้มีการสอบสวนในข้อหานี้แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3จึงเป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจการฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 มานั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ชุม สุกแสงเปล่ง · พินิจ ฉิมพาลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up