Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58376)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,160 กระทงหนึ่ง การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี และผิดตามมาตรา 265,268 อีกกระทงหนึ่ง โดยที่จำเลยที่ 3 เป็นผู้ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการนั้นเอง จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268วรรค 2 แต่กระทงเดียว จำคุก 2 ปี รวมโทษจำคุก 6 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 วรรคหนึ่งที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11,73วรรคหนึ่ง,69 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว ความผิดฐานทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14,31 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ฐานมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง จำคุก 6 เดือน และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 6 เดือนเมื่อรวมกับโทษของจำเลยที่ 3 ที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว คงจำคุก6 ปี 18 เดือน ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 202)ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 180,000 บาท (อันดับ 3,139)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกันสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2801/2533พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารโจทก์นายเปอร์ รุ่งโรจน์ กับพวกจำเลยนายนุศาสน์ เพชรสุ่น จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 106, ม. 107, ม. 108ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,160 กระทงหนึ่ง การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี และผิดตามมาตรา 265,268 อีกกระทงหนึ่ง โดยที่จำเลยที่ 3 เป็นผู้ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการนั้นเอง จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268วรรค 2 แต่กระทงเดียว จำคุก 2 ปี รวมโทษจำคุก 6 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 วรรคหนึ่งที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11,73วรรคหนึ่ง,69 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว ความผิดฐานทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ

พ.ศ. 2507มาตรา 14,31 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ฐานมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง จำคุก 6 เดือน และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 6 เดือนเมื่อรวมกับโทษของจำเลยที่ 3 ที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว คงจำคุก6 ปี 18 เดือน ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 202)

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 180,000 บาท (อันดับ 3,139)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกันสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชลิต ประไพศาล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up