คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2697/2533นายชลอ โสฬสจินดา กับพวกโจทก์บริษัทยานยนต์นครสวรรค์ จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทยานยนต์นครสวรรค์ จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องบริษัททันจิตต์ทัวร์ จำกัด ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายนิยม อสุนี ณ อยุธยา ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 247ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสามฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน โดยจำเลยทั้งสามขอถือเอาทรัพย์ที่วางไว้ในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักประกันในการขอทุเลาการบังคับในชั้นฎีกาหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 93)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 23/3 ถนนพญาไท แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานครพร้อมส่งมอบตึกดังกล่าวแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงิน 150,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (6 พฤศจิกายน 2528) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 25,000 บาทแก่โจทก์ นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (7 พฤศจิกายน 2528) เป็นต้นไปจนกว่าจะออกและส่งมอบตึกพิพาทคืนโจทก์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ89,88,91)ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ
ต่อมาจำเลยทั้งสามได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารพร้อมทั้งส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนโจทก์เป็นที่เรียบร้อย และในส่วนค่าเสียหายจำเลยทั้งสามได้ให้บุคคลภายนอกนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันความเสียหายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ72,73,76 แผ่นที่ 2)คำสั่งถ้าจำเลยทั้งสามหรือคนใดคนหนึ่งร่วมกันหาหลักประกันสำหรับต้นเงินและดอกเบี้ยกับค่าเสียหายที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คิดถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาวางจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับต้นเงินและค่าเสียหายไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง