Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58154)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองที่ดินป่าเลนอันเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่และการที่จำเลยแผ้วถางที่ดินป่าเลนเพื่อต้องการทราบแนวอาณาเขตในการรังวัดขอออกโฉนดที่ดินไม่เป็นความผิดฐานยึดถือครอบครองที่ดินอันเป็นป่าสงวนแห่งชาติ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 123)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,6,14,31 ฯลฯ จำคุก 10 เดือนปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507(ที่แก้ไขแล้ว) มาตรา 14ลงโทษตามมาตรา 31 วรรคหนึ่งและวรรคสุดท้าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 121)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 123)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองที่ดินป่าเลน อันเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงส่วนข้ออ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยว่าการที่จำเลยแผ้วถางที่ดินป่าเลนเพื่อต้องการทราบแนวอาณาเขตในการรังวัดขอออกโฉนดที่ดินไม่เป็นความผิดฐานยึดถือครอบครองที่ดินอันเป็นป่าสงวนแห่งชาตินั้น ย่อมต้องอาศัยข้อเท็จจริงเพื่อการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายการเถียงข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นที่ยุติและต้องห้ามฎีกาเพื่อสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลย จึงมีผลอย่างเดียวกับการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219(มาตรา 218 วรรคแรก) ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2360/2533พนักงานอัยการจังหวัดสตูลโจทก์นายเจียงซั่น หรือเจียงซัน เอี้ยวเหล็กจำเลยนายเจียงซั่น เอี้ยวเหล็ก จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองที่ดินป่าเลนอันเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่และการที่จำเลยแผ้วถางที่ดินป่าเลนเพื่อต้องการทราบแนวอาณาเขตในการรังวัดขอออกโฉนดที่ดินไม่เป็นความผิดฐานยึดถือครอบครองที่ดินอันเป็นป่าสงวนแห่งชาติ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 123)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,6,14,31 ฯลฯ

จำคุก 10 เดือนปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507(ที่แก้ไขแล้ว) มาตรา 14ลงโทษตามมาตรา 31 วรรคหนึ่งและวรรคสุดท้าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 121)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 123)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองที่ดินป่าเลน อันเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงส่วนข้ออ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยว่าการที่จำเลยแผ้วถางที่ดินป่าเลนเพื่อต้องการทราบแนวอาณาเขตในการรังวัดขอออกโฉนดที่ดินไม่เป็นความผิดฐานยึดถือครอบครองที่ดินอันเป็นป่าสงวนแห่งชาตินั้น

ย่อมต้องอาศัยข้อเท็จจริงเพื่อการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายการเถียงข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นที่ยุติและต้องห้ามฎีกาเพื่อสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลย จึงมีผลอย่างเดียวกับการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219(มาตรา 218 วรรคแรก) ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up