Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58079)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจนำเอกสารที่จำเลยที่ 1ปลอมลายเซ็นผู้เสียหายมาพิจารณาพิพากษาให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1และศาลอุทธรณ์ก็หยิบยกขึ้นพิจารณาแล้ว จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่มีกฎหมายใดให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาว่าเอกสารปลอมกลายเป็นเอกสารที่แท้จริง เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ217 แผ่นที่ 2, อันดับ 218 แผ่นที่ 2)ระหว่างพิจารณา นายมณเฑียรวุฒิคุณ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 และฐานขับรถโดยประมาทตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ให้เรียงกระทงโดยลงโทษฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส บทหนักจำเลยที่ 1 ให้ปรับ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 ปรับ 1,000 บาท ฐานขับรถโดยประมาท จำเลยที่ 1 ปรับ 300 บาท จำเลยที่ 2 ปรับ 100 บาทรวมจำเลยที่ 1 ให้ปรับ 3,300 บาท จำเลยที่ 2 ให้ปรับ 1,100 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทหนักที่สุด จำเลยที่ 1ปรับ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 ปรับ 1,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ210)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 212)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าศาลอุทธรณ์หยิบยกเอกสารที่จำเลยที่ 1 ทำปลอมมาวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 นั้นเห็นว่า ศาลอุทธรณ์มิได้อาศัยเหตุเพียงเอกสารซึ่งโจทก์ร่วมโต้แย้งอยู่ว่า เป็นเอกสารปลอมอย่างเดียวขึ้นเป็นข้อวินิจฉัย แต่ศาลอุทธรณ์อาศัยเหตุอย่างอื่นขึ้นเป็นข้อวินิจฉัยด้วย ดังนั้น ฎีกาของโจทก์ร่วมจึงเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งห้ามคู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2272/2533พนักงานอัยการประจำศาลแขวงราชบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายมณเฑียร วุฒิคุณโจทก์นายพิรุณ ปริยาพร กับพวกจำเลยนายมณเฑียร วุฒิคุณ โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจนำเอกสารที่จำเลยที่ 1ปลอมลายเซ็นผู้เสียหายมาพิจารณาพิพากษาให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1และศาลอุทธรณ์ก็หยิบยกขึ้นพิจารณาแล้ว จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่มีกฎหมายใดให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาว่าเอกสารปลอมกลายเป็นเอกสารที่แท้จริง เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ217 แผ่นที่ 2,

อันดับ 218 แผ่นที่ 2)ระหว่างพิจารณา นายมณเฑียรวุฒิคุณ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 และฐานขับรถโดยประมาทตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ให้เรียงกระทงโดยลงโทษฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส บทหนักจำเลยที่ 1 ให้ปรับ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 ปรับ 1,000 บาท ฐานขับรถโดยประมาท จำเลยที่ 1 ปรับ 300 บาท จำเลยที่ 2 ปรับ 100 บาทรวมจำเลยที่ 1 ให้ปรับ 3,300 บาท จำเลยที่ 2 ให้ปรับ 1,100 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทหนักที่สุด จำเลยที่ 1ปรับ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 ปรับ 1,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ210)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 212)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าศาลอุทธรณ์หยิบยกเอกสารที่จำเลยที่ 1 ทำปลอมมาวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 นั้นเห็นว่า ศาลอุทธรณ์มิได้อาศัยเหตุเพียงเอกสารซึ่งโจทก์ร่วมโต้แย้งอยู่ว่า เป็นเอกสารปลอมอย่างเดียวขึ้นเป็นข้อวินิจฉัย แต่ศาลอุทธรณ์อาศัยเหตุอย่างอื่นขึ้นเป็นข้อวินิจฉัยด้วย ดังนั้น ฎีกาของโจทก์ร่วมจึงเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งห้ามคู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มงคล เปาอินทร์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up