Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58064)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน (น่าจะเป็น 3 เดือน) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน การที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีการอการลงโทษเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ดุลพินิจในการที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาที่ศาลฎีกาควรที่จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะการที่จะนำ ผู้กระทำผิดไปจำคุกตามลักษณะความผิดแม้จะเป็น วิธีแก้ไขเพื่อให้เกิด ความหลาบจำก็ตาม แต่ลักษณะและการกระทำผิดในคดีนี้เป็นความผิด ที่มิได้ก่อความเสียหายร้ายแรง รวมทั้งจำเลยได้บรรเทาผลร้ายในคดี ดังกราบเรียนในฎีกาไว้แล้ว ควรที่ศาลฎีกาจะได้พิจารณารอการลงโทษ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทหนักจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 37) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่าความผิดที่จำเลยกระทำเป็นความผิดไม่ร้ายแรงก็ดี และศาลสูงควรรอการ ลงโทษให้จำเลยก็ดี เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1847/2533พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรีโจทก์นายสวาท กันโสมจำเลยนายสวาท กันโสม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219, ม. 224ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน (น่าจะเป็น 3 เดือน)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน การที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีการอการลงโทษเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ดุลพินิจในการที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาที่ศาลฎีกาควรที่จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะการที่จะนำ ผู้กระทำผิดไปจำคุกตามลักษณะความผิดแม้จะเป็น วิธีแก้ไขเพื่อให้เกิด ความหลาบจำก็ตาม แต่ลักษณะและการกระทำผิดในคดีนี้เป็นความผิด ที่มิได้ก่อความเสียหายร้ายแรง รวมทั้งจำเลยได้บรรเทาผลร้ายในคดี ดังกราบเรียนในฎีกาไว้แล้ว ควรที่ศาลฎีกาจะได้พิจารณารอการลงโทษ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44 แผ่นที่ 2)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทหนักจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 37) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่าความผิดที่จำเลยกระทำเป็นความผิดไม่ร้ายแรงก็ดี และศาลสูงควรรอการ ลงโทษให้จำเลยก็ดี เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up