Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58042)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1 และที่ 2ฎีกาไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2จำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนซึ่งเป็นพยานบอกเล่ารับฟังเป็นพยานได้เพียงใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ,83 จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 ปี ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2โดยอาศัยคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนแต่เพียงอย่างเดียว แต่อาศัยคำเบิกความของผู้เสียหายและพยานปากอื่นด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1ที่ 2 โต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1825/2533พนักงานอัยการจังหวัดตรังโจทก์นายอารีย์ ศรีอาวุธ กับพวกจำเลยนายอารีย์ ศรีอาวุธ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายวันชัย ไชยภักดี ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยที่ 1 และที่ 2ฎีกาไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2จำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนซึ่งเป็นพยานบอกเล่ารับฟังเป็นพยานได้เพียงใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ,83 จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 ปี ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2โดยอาศัยคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนแต่เพียงอย่างเดียว แต่อาศัยคำเบิกความของผู้เสียหายและพยานปากอื่นด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1ที่ 2 โต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up