Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58012)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 ที่แก้ไขแล้วพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 ฯลฯรวม 3 กระทง ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ จำคุก 1 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือนความผิดฐานมีกัญชาแห้ง จำคุก 2 ปี ความผิดฐานผลิตกัญชา จำคุก 2 ปีคำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 1 ปี4 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี 2 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ที่แก้ไขแล้วมาตรา 31 วรรคแรก กับให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 88)จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 93)ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน260,000 บาท (อันดับ 4,68)คำสั่งอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน260,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1637/2533พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวนโจทก์นายสุชาติ โคมแก้วจำเลยนายสุชาติ โคมแก้ว จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 106, ม. 107, ม. 108, ม. 114ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 ที่แก้ไขแล้วพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 ฯลฯรวม 3 กระทง ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ จำคุก 1 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือนความผิดฐานมีกัญชาแห้ง จำคุก 2 ปี ความผิดฐานผลิตกัญชา จำคุก 2 ปีคำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 1 ปี4 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี 2 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ที่แก้ไขแล้วมาตรา 31 วรรคแรก กับให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 88)จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 93)

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน260,000 บาท (อันดับ 4,68)คำสั่งอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน260,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up