Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5795/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การซื้อขายที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น ต้องให้ คชก.รับทราบและวินิจฉัย และต้องปฎิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเสมอไป หากจะต้องปฎิบัติก็เฉพาะการซื้อขายที่มีข้อพิพาทระหว่างเจ้าของที่ดินและผู้เช่าเท่านั้น ถ้าเป็นการซื้อขายที่ไม่มีข้อพิพาทต่อกัน ก็หาต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอขายที่พิพาทให้แก่ผู้อื่นโดยมิได้แจ้งความประสงค์ที่จะขายให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าก่อน โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ คชก.ตำบล แต่ คชก.ตำบลไม่ได้วินิจฉัย เพราะประธาน คชก.ตำบลได้นำโจทก์จำเลยไปพบปลัดอำเภอทำการไกล่เกลี่ยและสามารถตกลงกันได้ โดยจำเลยตกลงขายที่พิพาทให้แก่โจทก์และได้บันทึกข้อตกลงกันไว้ บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 มีผลบังคับได้ ข้ออ้างตามคำคัดค้านของโจทก์ที่ว่าจำเลยไม่ปฎิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงได้ยุติลงแล้วโดยข้อตกลงดังกล่าวและไม่มีกรณีพิพาทให้ต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอีกต่อไป การที่จำเลยไม่ยอมขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้เป็นการผิดสัญญาและโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยปฎิบัติตามข้อตกลงที่ทำกันไว้ได้

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 850 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินของจำเลยเพื่อทำไร่อ้อยต่อมาจำเลยยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่นายมนตรีในราคา 380,000 บาท โดยไม่แจ้งความประสงค์ที่จะขายให้โจทก์ก่อน โจทก์จึงยื่นคำร้องคัดค้านต่อประธานคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลหนองผักนากหลังจากนั้นโจทก์จำเลยได้ทำความตกลงกัน โดยจำเลยยินยอมขายที่ดินให้โจทก์ในราคา 550,000 บาท แต่แล้วจำเลยได้ยื่นคำขอยกเลิกเรื่องการที่จะขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ และแจ้งว่าหากโจทก์จะซื้อในราคา 1,177,500 บาท ก็ยินยอมจะขายให้แต่โจทก์ยืนยันจะซื้อในราคาเดิมตามที่ได้ตกลงประนีประนอมกัน จำเลยกระทำการโดยไม่สุจริต ขอให้บังคับจำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้โจทก์และรับเงินค่าซื้อที่ดินจำนวน 550,000บาท

จากโจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ไม่ปฎิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โดยข้อพิพาทจะต้องผ่านการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลหนองผักนาก และคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดเสียก่อนส่วนข้อตกลงตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ไกล่เกลี่ยไม่ใช่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทตามฟ้องแก่โจทก์และรับเงินจำนวน 550,000 บาท จากโจทก์ในวันจดทะเบียน หากเพิกเฉยให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับและไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า

โจทก์เป็นผู้เช่าที่พิพาทจากจำเลยทำไร่อ้อยต่อมาจำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอขายที่พิพาทให้แก่นายมนตรี โดยมิได้แจ้งความประสงค์ที่จะขายให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าก่อนโจทก์จึงได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อนายละออง กำนันตำบลหนองผักนากซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลหนองผักนาก ซึ่งมีชื่อย่อว่า คชก. นายละอองได้เรียกโจทก์จำเลยไปพร้อมกันที่อำเภอสามชุกเพื่อให้คชก.ตำบลหนองผักนากวินิจฉัย แต่ คชก. ดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยเพราะนายละอองได้นำโจทก์จำเลยไปพบนายพินิศนันท์ วงษ์ฤทธิ ปลัดอำเภอทำการไกล่เกลี่ยและสามารถตกลงกันได้ โดยจำเลยตกลงขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 550,000 บาท ได้บันทึกข้อตกลงกันไว้ตามบันทึกเอกสารหมาย

จ.2 หลังจากที่จำเลยได้แจ้งยกเลิกการที่จะขายทีพิพาทกับนายมนตรีแล้ว จำเลยได้แจ้งให้นายละอองในฐานะประธาน คชก. ตำบลหนองผักนาก เพื่อแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยประสงค์จะขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 1,177,500บาท พร้อมทั้งขอยกเลิกข้อตกลงที่โจทก์จำเลยทำกันไว้ตามเอกสารหมาย จ.2 ด้วย แต่โจทก์ไม่ยอมโดยจะขอซื้อที่พิพาทในราคาที่ได้ตกลงกันไว้ดังกล่าวข้างต้น คดีมีข้อวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การซื้อขายที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น ต้องให้ คชก. รับทราบและวินิจฉัยและต้องปฎิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้แต่ก็ไม่จำเป็นต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเสมอไปหากจะต้องปฎิบัติก็เฉพาะการซื้อขายที่มีข้อพิพาทกันระหว่างเจ้าของที่ดินและผู้เช่าเท่านั้น ถ้าเป็นการซื้อขายที่ไม่มีข้อพิพาทต่อกัน ก็หาต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ศาลฎีกาได้พิจารณาฟ้องแล้ว

โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างมาเป็นสำคัญว่าจำเลยยื่นเรื่องราวโอนขายที่พิพาทให้แก่ผู้อื่นโดยมิได้แจ้งความประสงค์ที่จะขายให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าก่อนแม้จะเป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยมิได้ปฎิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแต่ก็เป็นข้อกล่าวอ้างที่มิใช่เนื้อหาของฟ้อง หากแต่เป็นการกล่าวอ้างถึงที่มาของข้อพิพาทเท่านั้น ส่วนข้อกล่าวอ้างที่เป็นเนื้อหาของฟ้องคือให้จำเลยปฎิบัติตามข้อตกลงที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 เป็นสำคัญ ดังนี้ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าจำเลยไม่ปฎิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงได้ยุติลงแล้วโดยข้อตกลงที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ดังกล่าว จึงไม่มีกรณีพิพาทให้ต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอีกต่อไป

เมื่อจำเลยตกลงจะขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 550,000 บาท ตามบันทึกเอกสาร จ.2ซึ่งบันทึกข้อตกลงดังกล่าวนี้เข้าลักษณะเป็นการระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 มีผลบังคับได้การที่จำเลยไม่ยอมขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ตามราคาที่ตกลงกันไว้แต่จะขายในราคา 1,177,500 บาท ผิดไปจากข้อตกลง ถือได้ว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญา เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยปฎิบัติตามข้อตกลงที่ทำกันไว้ได้พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

Supreme Court Judgment No. 1160/2568

ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" ดังนั้น ลักษ…

Supreme Court Judgment No. 3237/2567

ตามรายงานการประชุมการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 ปรากฏข้อความในช่องรายการอื่น ๆ ว่า โจทก์ตกลงถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเสนอให้ขายที่ดินพิพาทในราคาไม่ต่ำกว่า 30,000,000 บาท ภายใน 1 ปี หากไม่มีผู้ซื้อ จำเลยที่ 2…

Supreme Court Judgment No. 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

Supreme Court Judgment No. 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up